This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

A beautiful Start

It begins here. Windows 8 and Windows RT.

Make the #switch

It’s colourful. Fast. Takes amazing photos. And that’s just for starters... So many reasons to fall in love with the new Nokia Lumia. Then make the #switch.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอังคาร, พฤศจิกายน 02, 2553

วีดีโอสอนลงวินโดวส์วิสต้า (Windows Vista)

 

    คลิปวิดีโอสอนการติดตั้งวินโดวส์วิสต้าครับ ข้อดีของระบบปฏิบัติการวินโดวส์วิสต้า คือ มีกราฟฟิคที่สวยงามขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับวินโดวส์ XP การค้นหาไฟล์ได้ง่ายขึ้น มีลูกเล่นต่างๆเพิ่มมากขึ้น และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้นด้วยครับ แต่ทุกๆระบบปฏิบัติการก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีอย่างเดียว ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกติดตั้งระบบปฏิบัติการตัวไหน ก็ควรจะศึกษาข้อมูลและความต้องการของระบบให้ละเอียดก่อนนะครับ ต่อไปเรามาเริ่มดูวิดีโอสอนการติดตั้งกันเลยครับ

 

BitTorrent สำหรับมือใหม่ : แบ่งปันไฟล์ขนาดใหญ่ใช้ Tracker ส่วนตัว

 

image366

ถ้าคุณต้องการแบ่งปันไฟล์ขนาดใหญ่บางคนที่มีเพื่อนสนิท แต่กังวลเกี่ยวกับวิธีการที่คุณจะเก็บการถ่ายโอนไฟล์ส่วนตัวหรือไม่นี่คือวิธีการใช้ uTorrent เป็นวิธีที่ง่ายและแบ่งปันไฟล์ส่วนตัวกับเพื่อนของคุณ

เตรียมตัวหาไอพีสาธารณะของคุณและตั้งค่าเราเตอร์ของคุณ

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นเราจะต้องมีข้อมูลสำคัญบางอย่างครั้งแรกคุณจะต้องรู้ว่า IP ที่อยู่ภายนอกของคุณคือ IP อะไรวิธีที่ง่ายมากที่จะหานี้คือการเข้าไปดูที่ WhatIsMyIP.com. คุณจะเห็นที่อยู่ของคุณในตัวอักษรใหญ่ใน รูปแบบ xxx.xxx.xxx.xxx และคุณจะต้องคัดลอกที่อยู่นี้ลงไป

image367

หากคุณมีบริการ DNS ชอบ DynDNS.com คุณสามารถใช้ DNS ของคุณแทน URL การเปลี่ยนเส้นทางของที่อยู่ IP ของคุณ

ถัดไปคุณจะต้องค้นหาว่าพอร์ตที่คุณกำลังรับการเชื่อมต่อเข้ามานั้นว่าเปิดหรือปิดอยู่ให้คุณเปิด uTorrent ขึ้นและไปที่ตัวเลือกตั้งค่า> คลิกที่แท็บการเชื่อมต่อทางด้านขวา

sshot48

ถัดไปให้ดูว่า"พอร์ตที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อเข้ามานั้น"คุณจะเห็นหมายเลขพอร์ตของคุณดังนั้นสำเนาที่ลง. เราจำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อดูว่ามีพอร์ตที่เปิดออกเพื่อให้ uTorrent ใช้หรือไม่ให้ไป ตรวจสอบ uTorrent Port, ช่องเสียบใน พอร์ตของคุณและ ถ้าทั้งหมดถูกต้องคุณก็ไปในขั้นตอนต่อไปได้เลย

image368

แต่ถ้าไม่ถูกต้องคุณอาจจำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อกำหนดค่าเราเตอร์ของคุณสุดท้ายเราต้องเปิดใช้งาน uTorrent ในการตั้งค่าของ uTorrent ให้คลิกที่ Advanced แท็บ

sshot47

คลิกที่"bt.enable_tracker"และเปลี่ยนค่าเป็น True. จากนั้นคลิก OK และรีสตาร์ท uTorrent เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล

สร้าง Torrent ส่วนตัว

ตอนนี้ทุกอย่างที่มีการกำหนดค่าและเรามีข้อมูลสำคัญทั้งหมดขอสร้างTorrent ส่วนตัวใหม่ไปที่ File> Create New Torrent ซึ่งคุณจะกำลังเพิ่มที่อยู่ IP ของคุณเองและพอร์ตติดตามที่ถูกต้องเช่นเดียวกับในภาพนี้ :

sshot46

ที่คุณสามารถดูตัวอย่างในการใส่ข้อมูลภายใต้ส่วน Trackers ในรูปแบบดังต่อไปนี้

http://ipaddress:port/announce

http://localhost:port/announce

ส่วน"localhost"คือการอ้างอิงของ uTorrent ว่าสิ่งที่คอมพิวเตอร์จะทำงานอยู่นั้นต้องเป็นการเชื่อมต่อที่ถูกต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าTorrent ส่วนตัวมีการตรวจสอบว่ายังปิดอยู่หรือไม่เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้งานร่วมกันกับ Torrent อื่น โดยใช้วิธีการอื่น ๆ เช่น PEX และ DHT ตอนนี้ยกเว้นกรณีที่ Torrent ส่วนตัวที่คุณอนุญาตเท่านั้นนอกนั้นจะไม่สามารถดาวน์โหลดเนื้อหาของคุณได้

เพื่อความปลอดภัยเพิ่มบางคุณสามารถบังคับเข้ารหัสในการเชื่อมต่อขาออกไปที่ตัวเลือก> การตั้งค่าจากนั้นคลิกที่ BitTorrent

sshot49

หมายเหตุสำคัญบางประการดังนี้

  • uTorrent จะเรียกใช้ใน User เพื่อที่จะดาวน์โหลดTorrent จากคุณ
  • ที่อยู่ IP ของคุณต้องไม่เปลี่ยนไปในช่วงการดาวน์โหลด แต่ถ้าหากคุณมี DNS การเปลี่ยนเส้นทางก็สามารถทำได้
  • พอร์ตของคุณจะต้องไม่เปลี่ยนไปในช่วงการดาวน์โหลดนี้ด้วย
  • การตั้งค่า User ลูกค่ายของคุณต้องกำหนดค่าอนุญาตให้มีการเข้ารหัส

วันจันทร์, พฤศจิกายน 01, 2553

วิธีใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 8 Backup and Restore

หากคุณกังวลว่าจะเกิดความเสียหายกับภาพถ่ายดิจิตอล ไฟล์เอกสารต่างๆ ตลอดจนฮาร์ดไดรฟ์ โปรแกรมสำรองและเรียกคืนข้อมูลจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้น

เพียงแค่เรียกโปรแกรมจากเมนูเริ่มต้น (พิมพ์คำสั่ง "backup" ในช่อง Search )

ตรงเมนู Backup คลิก Set up backup แล้วเลือกที่ปลอดภัยสำหรับเก็บสำเนาข้อมูล ซึ่งรวมถึงการเลือกสำรองไฟล์ไว้บนเครือข่าย จากนั้นเลือกข้อมูลที่ต้องการสำรอง หรือจะให้วินโดวส์เลือกให้ก็ได้ ขั้นตอนสุดท้าย เลือกว่าต้องการให้วินโดวส์สำรองไฟล์บ่อยแค่ไหน?

ซึ่งหากเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ มันง่ายมากที่จะเรียกคืนไฟล์ที่สำรองไว้กลับคืนมา โดยการเลือกตรงเมนู Restore คลิกตัวเลือก”ข้อมูลสำรองที่จัดเก็บไว้ก่อนหน้านี้” (previously save backup)

เปลี่ยนพื้นหลังหน้าจอให้เป็น Slide Showบน Windows 7

สำหรับใครที่เป็นคนที่เบื่อง่าย ชอบเปลี่ยนพื้นหลังหน้าจอ (Desktop Background) กันเป็นว่าเล่นแล้ว ใน Windows 7 ก็มีลูกเล่นเท่ๆมาให้ใช้กันอีกแล้ว นั้นก็คือ คุณสามารถเลือกรูปของคุณมาทำ Background และก็เป็นแบบ Slide Show ไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว

ขั้นตอนการเปลี่ยนพื้นหลังหน้าจอให้เป็น Slide Show

1. เครื่องคุณต้องลง windows 7 นะครับ

2. คลิกขวาบนหน้าจอว่างๆ เลือก Gadgets (หรือไปที่ Control Panel > Appearance and Personalization > Personalization)

3. เลือก Theme รูปตามต้องการ ถ้ายังไม่ถูกใจสามารถคลิก Get more themes online เพื่อไปโหลด Theme เพิ่มจากเว็บของ Microsoft

4. คุณสามารถตั้งค่าของ Slide ได้โดยคลิกที่เมนูด้านล่าง Desktop Background Slide Show แล้วเลือกรูปที่ต้องการให้แสดง การจัดวางรูป หรือ เวลาที่ต้องการให้เปลี่ยนรูป หรือ Shuffle แล้วคลิก Save Changes

5. เพียงเท่านี้ ก็ได้พื้นหลังเป็นแบบ slide show ตามต้องการ

วิธีใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 7 มาทำความรู้จักกับ Action Center

คุณรำคาญบ้างไหมเวลาเครื่องเตือนให้คุณตรวจสอบตรงนั้นที แก้ไขตรงนี้ที ใน Windows 7 จะมี Action Center ซึ่งออกแบบมา เพื่อช่วยดูแลเครื่องของคุณให้ทำงานอย่างราบรื่น โดยมีป็อปอัพกวนใจน้อยลง

Action Center


www.buzzidea.tv

คลิกที่ไอคอน Action Center แล้วคุณจะเห็นข้อความแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยและการดูแลเครื่องรวมอยู่ในที่เดียว โดยที่คุณสามารถกดดูเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ

เพียงคลิกที่ข้อความที่ต้องการดำเนินการ หรือเข้าไปที่ Action Center โดยตรงเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม และคุณยังสามารถเลือกได้ด้วยว่าต้องการให้ Action Center เตือนคุณในเรื่องใดบ้าง

Action Center คืออีกหนึ่งวิธีที่ Windows 7 ช่วยให้คุณใช้งานพีซีได้เร็วและง่ายยิ่งขึ้น

วิธีใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 6 การเปลี่ยนค่าต่างๆ ใน Windows

Windows 7 มีทั้งคุณสมบัติใหม่ๆ และสิ่งที่ปรับปรุงขึ้นจากเดิม ซึ่งช่วยให้คุณเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ง่ายเพื่อให้พีซีของคุณทำงานได้ในแบบที่คุณต้องการ

Charlene Shepard เป็นนักเขียนประจำทีม Windows จะมาสาธิตวิธีควบคุมการตั้งค่าต่างๆ ในพีซีของคุณและเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะช่วยให้พีซีของคุณทำงานได้อย่างราบรื่นตลอดเวลา

 


www.buzzidea.tv

ใน Windows 7 นั้น Control Panel ยังคงเป็นที่หลักในการเปลี่ยนค่าต่างๆ
และคุณก็ยังต้องเปิด Control Panel จากเมนู Start เหมือนเดิม โดยปกติแล้ว มุมมองจะเป็นแบบ Category ซึ่งจะแสดงงานที่ทำเป็นประจำแยกตามประเภท
หากคุณเคยชินกับ Classic View ใน Windows XP ให้คลิกที่ลูกศรที่อยู่ติดกับ View by แล้วคลิกที่ Small icons หรือ Large icons

วิธีที่ง่ายที่สุดในการหาสิ่งที่ต้องการใน Control Panel ก็คือใช้ฟังก์ชันค้นหา
พิมพ์สิ่งที่คุณต้องการลงในช่องค้นหา แล้วคุณจะเห็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคำนั้นปรากฏขึ้นมาทันที

นอกจากนี้ คุณยังสามารถหาสิ่งที่อยู่ใน Control Panel ได้จากเมนู Start ด้วย
เพียงพิมพ์คำที่ต้องการค้นหาแล้วคลิกที่ผลลัพธ์ คุณก็สามารถเข้าไปที่หน้าการตั้งค่านั้นได้โดยตรง

ใน Windows 7 มีการเปลี่ยนชื่อของการตั้งค่าบางอย่างใน Control Panel
เช่น Add or Remove Programs ได้เปลี่ยนเป็น Programs and Features
และในส่วนของ Display ก็จะแบ่งออกเป็นสองหน้า คุณสามารถใช้ Personalize เพื่อเปลี่ยนพื้นหลังของเดสก์ท็อป สีของหน้าต่าง เสียง และสกรีนเซฟเวอร์ได้ เพียงแค่คลิกขวาที่เดสก์ท็อป แล้วคลิก Personalize และในอีกหน้าหนึ่ง ซึ่งก็คือ Display คุณสามารถปรับขนาดตัวอักษรและความละเอียดของหน้าจอได้ คุณสามารถเข้าไปที่ Display ได้จาก Personalization หรือคุณสามารถค้นหาได้โดยคลิกที่ปุ่ม Start แล้วพิมพ์ "display" ลงในช่องค้นหา เมื่อตั้งค่าพีซีในแบบที่คุณต้องการเรียบร้อยแล้ว คุณก็ควรดูแลเครื่องของคุณให้ทำงานอย่างราบรื่นตลอดเวลาด้วย

Windows 7 มีเครื่องมือใหม่ๆ ที่สามารถช่วยดูแลพีซีของคุณได้

โฟลเดอร์ Device and Printers เป็นศูนย์กลางสำหรับดู จัดการ
และใช้งานทุกอย่างที่เชื่อมต่ออยู่กับพีซีของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์ โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์อื่นๆ

เพียงคลิกที่ปุ่ม Start แล้วคลิกที่ Devices and Printers

คุณสมบัติใหม่ใน Windows 7 ที่เรียกว่า Device Stage ช่วยให้การจัดการอุปกรณ์ต่างๆ มีประสิทธิภาพกว่าเดิม Device Stage ช่วยให้คุณดูสถานะของโทรศัพท์มือถือ
เครื่องเล่นเพลง และอุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวกกว่าเดิม คุณยังสามารถดูได้ด้วยว่าคุณสามารถทำอะไรกับอุปกรณ์แต่ละตัวได้บ้าง และยังเห็นรูปจริงของอุปกรณ์นั้นด้วยใน Windows XP หรือแม้แต่ Windows Vista คุณมักจะเห็นข้อความปรากฏบนหน้าจอบ่อยมาก
แต่ใน Windows 7 คุณจะเห็นข้อความพวกนั้นน้อยลง เนื่องจาก Action Center ได้รวมข้อความทั้งหมดไว้ในที่เดียว คุณสามารถคลิกที่ไอคอนรูปธงเพื่อดูข้อความที่สำคัญได้

เมื่อคุณเปิด Action Center คุณจะเห็นทั้งข้อความแจ้งเตือนและวิธีแก้ปัญหาที่เราแนะนำนอกจากนี้ เรายังแสดงลิงก์ไปยังเครื่องมือดูแลเครื่องด้านต่างๆ ด้วย เช่น สำรองไฟล์ หรือตรวจสอบโปรแกรมอัปเดต และถ้าหากคุณพบปัญหาขณะใช้งาน คุณก็สามารถเข้าไปที่เครื่องมือแก้ไขปัญหาแบบใหม่ของ Windows 7 ได้ เครื่องมือนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาทั่วไปบางเรื่องได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยจากเครื่อง คุณก็สามารถใช้เครื่องมือแก้ไขปัญหาการเล่นเสียงได้ เครื่องมือนี้จะหาสาเหตุของปัญหา และพยายามแก้ไขปัญหาให้ หรือแนะนำที่ที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยอัตโนมัติ

เมื่อต้องการเริ่มใช้งาน ให้คลิก Troubleshooting ใน Action Center
แล้วก็คลิกที่ Troubleshoot audio playback เครื่องมือแก้ไขปัญหาจะใช้เวลาทำงานไม่นาน แล้วก็จะแสดงผลลัพธ์ และถึงแม้ว่าคุณอาจจะได้ยินคำแนะนี้จนเบื่อ แต่ก็อย่าลืมสำรองข้อมูลในพีซีของคุณด้วย

พวกเราส่วนใหญ่มักจะเก็บไฟล์สำคัญ เช่น รูปภาพ เอกสาร เพลง หรือวิดีโอไว้ในเครื่อง
ใน Windows 7 คุณสามารถตั้งให้เครื่องสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติได้โดยคลิกเพียงแค่สามครั้ง หากคุณใช้ Windows XP มาก่อน ตัวเลือกในการสำรองข้อมูลจะไม่ต่างกันมากนัก และยังใช้ง่ายกว่าเดิมด้วย หากคุณเคยใช้ Windows Vista คุณจะสังเกตเห็นว่าไม่มีการจัดประเภทข้อมูลแบบคลุมเครืออีกต่อไปแล้ว Windows 7 จะสำรองไฟล์จากที่ต่างๆ ที่ใช้กันโดยทั่วไป เช่น เดสก์ท็อป และไลบรารี ซึ่งจะมีรูปภาพ เอกสาร เพลง และวิดีโอของคุณรวมอยู่แล้ว หรือคุณสามารถตั้งค่าการสำรองข้อมูลเองก็ได้ โดยเลือกไดรฟ์และโฟลเดอร์ที่ต้องการสำรองข้อมูล

นอกจากนี้ คุณยังสามารถกำหนดเวลาให้เครื่องสร้างอิมเมจของระบบโดยอัตโนมัติได้
โดยในอิมเมจนี้จะเป็นข้อมูลทั้งหมดในเครื่องของคุณหากฮาร์ดดิสก์หรือคอมพิวเตอร์พัง
คุณก็สามารถเรียกคืนไฟล์ ค่าที่ตั้งไว้ และโปรแกรมต่างๆ ลงในคอมพิวเตอร์หรือฮาร์ดดิสก์ใหม่ได้ด้วยฟังก์ชันต่างๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิมใน Windows 7

ท่องเว็บปลอดภัย ไร้กังวลด้วย IE8 Inprivate Browsing

สำหรับคุณผู้อ่านที่ใช้บราวเซอร์ IE8 อาจจะยังไม่เคยใช้คุณสมบัติ InPrivate Browsing ที่มาใหม่พร้อมกับบราวเซอร์ตัวนี้ จะเป็นอย่างไรนั้นลองติดตามกันดูครับ

IE8 มีคุณสมบัติการทำงานที่โดดเด่น ที่เรียกว่า Inprivate Browsing เมื่อคุณเลือกการทำงานในโหมดนี้ IE8 จะเปิดหน้าต่างบราวเซอร์ที่ช่วยคุณรักษาความลับ ไม่ให้ถูกแอบเอาข้อมูลในเครื่องไปใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลใน cookies, temporary Internet files, history จะถูกลบทิ้งไปเมื่อเลิกใช้งาน รวมถึง Toolbars ต่างๆก็จะถูกปิดการใช้งานอัตโนมัติ เมื่อคุณอยู่ในโหมด InPrivate Browsing อีกด้วย

ดังนั้น ต่อไปหากคุณต้องใช้งานเว็บที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เช่น ธุรกรรมการเงิน (Internet Banking) ก็น่าจะอุ่นใจว่าข้อมูลของคุณจะปลอดภัยไร้กังวล ผ่านบราวเซอร์ IE8 ในโหมด Inprivate Browsing นั่นเอง

วิธีใช้งาน Inprivate Browsing

ไปที่ Tools > InPrivate Browsing

inprivate browsing

หรือกด Ctrl+Shift+P

ก็จะมีหน้าต่างเปิดขึ้นมาใหม่ พร้อมให้คุณใช้งาน InPrivate Browsing

inprivate browsing

เมื่อต้องการเลิกใช้งานโหมด InPrivate Browsing ก็เพียงแค่ปิดหน้าต่างนั้นไป ก็เป็นอันเรียบร้อย

วิธีใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 5 การใช้งานอีเมล์และอินเทอร์เน็ต

การใช้งานอีเมล์และอินเทอร์เน็ต เป็นสองสิ่งที่คนนิยมทำมากที่สุดเมื่อใช้งานคอมพิวเตอร์ และใน Windows 7 คุณจะได้พบกับวิธีใหม่ๆ ในการติดต่อสื่อสารและท่องเว็บ

Jean White นักเขียนประจำทีม Windows จะมาแสดงให้คุณเห็นว่าใน Windows 7 นั้นมีอะไรใหม่ๆ บ้างในส่วนของอีเมลและ Internet Explorer


www.buzzidea.tv

มาเริ่มกันที่อีเมล์

คุณอาจจะคุ้นเคยกับ Outlook Express หรือ Windows Mail ที่อยู่ใน Windows รุ่นที่แล้วใน Windows 7 จะไม่มีโปรแกรมที่กล่าวมา แต่คุณสามารถดาวน์โหลด Windows Live Mail ได้ และเมื่อคุณดาวน์โหลด Windows Live Mail แล้ว อีเมล์ของคุณก็จะมาอยู่ในเครื่อง และสามารถเปิดดูได้แม้จะไม่ได้ออนไลน์อยู่ก็ตาม

คุณสามารถจัดการอีเมลในคอมพิวเตอร์หรือในเบราว์เซอร์ก็ได้ และคุณยังสามารถนำเข้าอีเมล์จาก Outlook Express หรือ Windows Mail ได้ด้วย โดยที่อีเมล์และรายชื่อของคุณจะไม่หายไปไหน ดังนั้น หากคุณใช้ Outlook Express หรือ Windows Mail อยู่ ให้คุณลองใช้ Windows Live Mail ดู

ข้อดีที่สำคัญประการหนึ่งเมื่อใช้ Windows Live Mail ก็คือ คุณสามารถมีบัญชีอีเมลหลายบัญชีได้ เช่น Hotmail, Gmail หรือ Yahoo! รวมอยู่ที่นี่ที่เดียว คุณสามารถเปิดอ่านอีเมล์จากบัญชีทั้งหมดนี้ได้จาก Windows Live Mail หากคุณยังเคยชินกับการเช็คอีเมลบนเว็บ คุณก็ยังสามารถทำได้ เพียงเปิดเว็บ แล้วเข้าไปที่บริการอีเมลที่คุณต้องการใช้
เมื่อใช้อีเมลในระบบเว็บ คุณสามารถเช็คอีเมลของคุณจากคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ใดก็ได้ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในร้านกาแฟ

ทีนี้เรามาลองใช้ Internet Explorer 8 ใน Windows 7 กัน

สิ่งแรกที่คุณจะเห็นเมื่อเริ่มพิมพ์ที่อยู่เว็บ ก็คือ แถบที่อยู่อัจฉริยะ
ถ้าคุณพิมพ์ที่อยู่ที่เคยไปมาแล้ว ที่อยู่นั้นก็จะปรากฏในรายการนี้

ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ และแสดงเว็บที่เคยไปมาแล้วรวมถึงเว็บโปรดของคุณด้วย
คุณไม่ต้องพิมพ์ที่อยู่ส่วนที่เหลือเลย แค่คลิกเท่านั้นเอง หากคุณสังเกตว่าเผลอพิมพ์ที่อยู่ผิด แล้วก็มีที่อยู่ที่สะกดผิดอยู่ในรายการด้วย แต่ไม่ต้องห่วง คุณสามารถลบที่อยู่นี้ออกได้ แค่คลิกปุ่มกากบาท ลบ ก็เรียบร้อยแล้ว ที่อยู่ก็จะถูกลบออกจากประวัติการเข้าเว็บของคุณทันที

บางครั้งคุณต้องการเช็คอีเมลจากห้องสมุด ร้านกาแฟ หรือที่สาธารณะอื่นๆ ให้ลองใช้ InPrivate Browsingดู เมื่อใช้ InPrivate Browsing แล้วจะไม่มีการบันทึกคุกกี้ ไฟล์อินเทอร์เน็ตชั่วคราว หรือประวัติการเข้าเว็บใดๆ ไว้เลย

เพียงแค่คลิก "Safety" แล้วคลิกที่ "InPrivate Browsing" เพื่อเปิดหน้าต่างใหม่
คราวนี้ ตราบใดก็ตามที่คุณยังใช้หน้าต่างเบราว์เซอร์นี้อยู่ ก็จะไม่มีการบันทึกเว็บไซต์ที่คุณเข้าเลย (อ่านเพิ่มเติมท่องเว็บปลอดภัย ไร้กังวลด้วย IE8 Inprivate Browsing)

นอกจากนี้ การเปิดหน้าเว็บใหม่ยังเปลี่ยนไปจากเดิมด้วยใน Windows XP เมื่อคุณต้องการเปิดเว็บหน้าที่สองหรือสาม คุณจะต้องเปิด Internet Explorer ในหน้าต่างใหม่ก่อน
แต่ Windows 7 นั้นต่างจากเดิม โดย Internet Explorer 8 นั้นจะเปิดเว็บในแบบแท็บ

แท็บช่วยให้คุณเปิดเว็บหลายหน้าได้พร้อมกันในหน้าต่างเดียวกัน โดยที่แต่ละเว็บจะอยู่ในแท็บของตัวเองแต่ไม่ว่าอย่างไร การเปิดหลายแท็บก็ยังดูน่าปวดหัวอยู่ดี และเพื่อให้คุณจัดการแท็บต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เมื่อคุณเปิดแท็บใหม่จากหน้าเว็บเดิม แท็บใหม่จะอยู่ถัดจากแท็บเดิมและอยู่ในสีเดียวกัน เพื่อให้คุณรู้ว่าแท็บไหนเกี่ยวข้องกันบ้าง

แล้วถ้าหากคุณเผลอปิดเว็บไซต์ที่คุณกำลังดูอยู่หละ คงน่าหงุดหงิดไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะถ้าคุณจำที่อยู่ไม่ได้ ถ้าเป็นใน Windows XP คุณก็คงทำได้แค่เข้าไปดูในประวัติการเข้าเว็บของเบราว์เซอร์แล้วหวังว่าจะเจอเว็บนั้น แต่เมื่อใช้ Internet Explorer 8
คุณเพียงแค่เปิดแท็บใหม่เพื่อดูเว็บไซต์ที่ปิดไปเว็บใดเว็บหนึ่ง หรือทุกเว็บเลยก็ได้ คุณสามารถคลิกเพื่อเปิดเว็บในเซสชันที่แล้วได้

Web Slices และ Accelerators เป็นวิธีใหม่ที่จะช่วยให้คุณหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็วใน Internet Explorer หากคุณเป็นคนที่ชอบเช็คอีเมล ราคาหุ้น หรือราคาสินค้าที่ประมูลไว้อยู่ตลอดเวลา คุณสามารถใช้ Web Slices เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวได้ และหากคุณชอบเปิดเว็บพร้อมกันหลายหน้าเพื่อหาสถานที่บนแผนที่ หรือหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่กำลังอ่าน คุณอาจประหลาดใจไปเลยก็ได้ว่า Accelerators ช่วยคุณได้มากแค่ไหน

เรามาเริ่มกันที่ Web Slices

Web Slice ช่วยให้การเรียกดูข้อมูลจากส่วนหนึ่งส่วนใดของหน้าเว็บกลายเป็นเรื่องง่าย
ฉันมักจะติดตามช่าวสารอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่ชอบที่จะต้องมาคอยเปิดเว็บไซต์ทุกครั้ง
หากหน้าเว็บใดสามารถใช้ Web Slice ได้ คุณจะเห็นไอคอนสีเขียวแบบนี้  ให้คุณคลิกที่ไอคอนเพื่อสมัครรับข่าวสารจาก Web Slice ตอนนี้เว็บไซต์ก็จะอยู่ในเมนู Favorites ของคุณแล้ว คราวนี้เมื่อมีข่าวสารใหม่ๆ Web Slice ก็จะมีแถบสีปรากฏขึ้น
คุณสามารถคลิกเพื่อเข้าไปที่ไซต์นั้นได้โดยตรง

ก่อนหน้านี้ หากมีอะไรในหน้าเว็บที่สะดุดตา และคุณต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม
หรือต้องการหาที่อยู่บนแผนที่ คุณจะต้องเสียเวลาคัดลองข้อความแล้วเอาไปวาง หรือพิมพ์ข้อความนั้นอีกรอบในช่องที่อยู่ แต่เมื่อใช้ Accelerators หากคุณเห็นคำที่คุณต้องการหาข้อมูลเพิ่มคุณก็เพียงแค่เลือกคำนั้น แล้วคลิกปุ่มที่ปรากฏขึ้นมา คุณก็สามารถหาข้อมูลได้ทันที คุณสามารถใช้ Accelerators สำหรับงานประเภทอื่นๆ ได้ด้วย เช่น อีเมลหรือบล็อก แปลคำ หรือหาสถานที่ในแผนที่ เป็นต้น

วิธีใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 4 แชร์ไฟล์ด้วย HomeGroup

คุณเคยต้องการแชร์รูปถ่ายหรือเพลงกับคนอื่นผ่านเครือข่ายในบ้าน แต่ไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไรบ้างหรือไม่ หากคุณเคยใช้ Shared Folders มาก่อนใน Windows XP คุณสามารถใช้วิธีเดิมได้ใน Windows 7

Paul Pardi เป็นนักเขียนประจำทีม Windows จะมาอธิบายสองวิธีในการแชร์ไฟล์ ด้วย Public Folders และ HomeGroup ซึ่งจะช่วยให้คุณแชร์ไฟล์กับคนอื่นในเครือข่ายในบ้านของคุณได้ง่ายๆ


www.buzzidea.tv

หากคุณเคยใช้ Shared Folders มาก่อนใน Windows XP คุณสามารถใช้วิธีเดิมได้ใน Windows 7 แต่เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น Public Folders

public folders

วิธีเปิด Public Folders

  1. คลิก Start > Documents
  2. ช่องด้านซ้าย มองหา Libraries แล้วเลือกโฟลเดอร์ Public documents ของแต่ละหมวดใหญ่ 4 หมวดได้แก่ Documents, Music, Pictures และ Videos

สมมุติว่าคุณต้องการแชร์รูปถ่ายที่เพิ่งไปเที่ยวมาให้คนอื่นๆ ในครอบครัวที่ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ดู เพียงแค่ลากรูปที่เพิ่งโหลดจากกล้องไปที่ Public Pictures ตอนนี้คนอื่นในครอบครัวก็สามารถดูรูปเหล่านั้นได้แล้วด้วยบัญชีของตัวเอง โดยเข้าไปดูที่โฟลเดอร์ Public Pictures

Public Folders นั้นมีประโยชน์มาก แต่คุณยังต้องย้ายไฟล์ไปมา ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณอาจไม่อยากทำ แต่เมื่อคุณใช้ HomeGroup ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ใน Windows 7 แล้ว คุณสามารถแชร์ไฟล์ได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายไปที่ Public Folder

HomeGroup ทำงานอย่างไร

หากคุณมีเครื่องที่ใช้ Windows 7 อยู่ในเครือข่าย คุณอาจมี HomeGroup อยู่แล้ว ถ้าต้องการตรวจสอบว่ามี HomeGroup อยู่แล้วหรือไม่ ให้เปิด HomeGroup ขึ้นมา

แล้วเลือกไฟล์ที่ต้องการแชร์ เช่น ต้องการแชร์ไลบรารีรูปภาพ เพลง และวิดีโอกับคนอื่นๆ ในครอบครัวที่อยู่ใน HomeGroup ไลบรารีเป็นเพียงคอลเลกชันหนึ่งของโฟลเดอร์ที่มีเพลง รูปภาพ และเอกสารต่างๆ ของคุณอยู่ เมื่อแชร์ไฟล์เรียบร้อยแล้ว Windows จะแสดงรหัสผ่านที่คนอื่นต้องป้อนเพื่อเข้าร่วมใน HomeGroup

โดยคุณสามารถแสดงรหัสผ่านได้ตลอดเวลาหลังจากนี้หากต้องการ และในหน้าการตั้งค่า ผมสามารถเปลี่ยนแปลงไฟล์ที่ต้องการแชร์ หรือเลือกที่จะส่งไฟล์นั้นไปยังโปรแกรมและอุปกรณ์อื่นๆ ใน HomeGroup โดยตรงเลยก็ได้ เมื่อ HomeGroup พร้อมใช้งานแล้ว คุณก็สามารถแชร์ไลบรารีของคุณกับคนอื่นๆ ในเครือข่ายได้

วิธีใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 3 ค้นหาไฟล์ที่ต้องการ

มาทำความรู้จักกับ Find Files ใน Windows 7 เวลาคุณก็คงเก็บไฟล์ของคุณไว้ในที่ต่างๆ อย่างเช่นในโฟลเดอร์ หรือใน External Hard Drive แล้วก็ต้องพบกับความยุ่งยากในการจัดการ แต่สำหรับการค้นหาใน Windows 7 ด้วยคุณสมบัติใหม่ที่ชื่อว่า ไลบรารี ที่จะช่วยให้การจัดการไฟล์เป็นเรื่องง่าย

David Washington เป็น Program Manager ประจำทีม Windows 7 จะมาแสดงให้คุณเห็นว่า Windows 7 ช่วยให้คุณค้นหาไฟล์ง่ายขึ้นได้อย่างไร


www.buzzidea.tv

หากคุณเคยใช้ Windows XP มาก่อน คุณก็คงรู้ดีว่าเวลาหาไฟล์ที่ต้องการไม่เจอนี่มันน่าหงุดหงิดแค่ไหน อยู่ในโฟลเดอร์นี้หรือเปล่า เอ...ไม่เห็นมี หรือว่าอยู่ในนี้ คุณอาจลองค้นหาไฟล์ดูก็ได้ แต่การค้นหาใน XP นั้นค่อนข้างช้า

ใน Windows 7 คุณจะเห็นผลการค้นหาได้ทันทีที่คุณเริ่มพิมพ์ และคุณก็สามารถใช้เครื่องมือใหม่ๆ ที่มีให้เพื่อจำกัดหรือขยายขอบเขตการค้นหาได้ง่ายๆ และเมื่อคุณใช้ไลบรารี การค้นหาก็ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก

ไลบรารีเป็นวิธีใหม่ในการจัดระเบียบไฟล์ของคุณใน Windows 7 ทาง ซึ่งจะมีอยู่สี่ไลบรารีด้วยกัน ได้แก่ เอกสาร ดนตรี รูปภาพ และวิดีโอ

แม้ไลบรารีจะดูคล้ายกับโฟลเดอร์ แต่ก็ไม่เหมือนกันสักทีเดียว ไลบรารีไม่ได้เก็บไฟล์ของคุณไว้เหมือนโฟลเดอร์ แต่จะรวบรวมไฟล์จากที่ต่างๆ มาไว้ในที่เดียวกัน เพราะฉะนั้น เมื่อคุณเรียกดูไฟล์ในไลบรารี คุณก็อาจจะเห็นไฟล์จากที่ต่างๆ

สิ่งสำคัญก็คือว่า ไลบรารีเป็นที่ที่คุณสามารถเข้าไปหาไฟล์ที่คุณต้องการได้ ข้อดีอีกประการหนึ่งของไลบรารีก็คือ คุณสามารถค้นหาไฟล์ในหลายๆ ที่ได้พร้อมกันในครั้งเดียวตัวอย่างเช่น ไลบรารีรูปภาพ จะชี้ไปที่โฟลเดอร์ My Pictures และโฟลเดอร์ Public Pictures ด้วย คุณจึงสามารถค้นหา รูปภาพทั้งหมดที่ต้องการจากทั้งสองโฟลเดอร์ได้พร้อมกันในครั้งเดียว ผลการค้นหาจะดีขึ้นกว่าเดิมอีก ถ้าคุณเพิ่มโฟลเดอร์อื่นๆ ลงในไลบรารีรูปภาพด้วย

เวลาค้นหาในไลบรารีเอกสาร เมื่อทำการค้นหา อันที่จริงแล้ว คุณกำลังค้นหาทุกโฟลเดอร์ที่ไลบรารีเอกสารชี้ไป คุณคงสังเกตเห็นว่า Windows จำสิ่งที่คุณค้นหาครั้งที่แล้วไว้
และยังไฮต์ไลต์คำที่ใช้ค้นหาในผลการค้นหาด้วย ซึ่งช่วยให้คุณหาไฟล์ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว และก็ยังสามารถจำกัดขอบเขตการค้นหาให้แคบลง โดยใช้คุณสมบัติใหม่ที่ชื่อว่า search filters

อีกวิธีหนึ่งในการค้นหาไฟล์ที่คุณต้องการก็คือ จัดเรียงไฟล์ในไลบรารีตามเกณฑ์ต่างๆ
เช่น ตามวันที่ แล้วถ้าเกิดคุณเก็บไฟล์ไว้ที่อื่นนอกคอมพิวเตอร์ของคุณ...อย่างเช่น ใน External Hard Drive ที่เก็บรูปถ่ายจากกล้องดิจิตอลไว้ในไดรฟ์นี้เยอะมาก...แล้วคุณก็อยากเรียกดูรูปพวกนี้จากในไลบรารีรูปภาพด้วย สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่ ไปที่โฟลเดอร์ที่อยู่ในไดรฟ์นั้น แล้วเพิ่มโฟลเดอร์ลงในไลบรารีรูปภาพ

เพียงไปที่โฟลเดอร์นั้น คลิก "Include in library" แล้วคลิก "Pictures" ตอนนี้ไลบรารีก็ชี้ไปที่โฟลเดอร์ทั้งหมดสามโฟลเดอร์ คือ โฟลเดอร์ My Pictures, โฟลเดอร์ Public Pictures แล้วก็โฟลเดอร์ใหม่นี้

ตอนนี้คุณก็จะสามารถเปิดดูรูปทั้งในคอมพิวเตอร์ และใน External Hard Drive ได้จากคอลเลกชันนี้ เพียงที่เดียว ซึ่งค้นหาได้ง่ายกว่า หากต้องการทราบวิธีการปรับแต่งโฟลเดอร์ของไลบรารีที่ซับซ้อนกว่านี้ ให้คลิกที่ปุ่ม Locations ในหน้าต่างไลบรารี คุณสามารถเปลี่ยนลำดับของโฟลเดอร์ในไลบรารี เปลี่ยนโฟลเดอร์หลัก หรือโฟลเดอร์เริ่มต้นสำหรับบันทึกไฟล์ ซึ่งเป็นที่ที่คุณต้องการใช้จัดเก็บไฟล์ เมื่อมีการค้ดลอกหรือบันทึกไฟล์ลงในไลบรารี

ข้อดีของไลบรารีก็คือ สามารถช่วยคุณค้นหาไฟล์ที่ต้องการได้ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจระบบการทำงานในเบื้องหลังเลย

วิธีใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 2 ปรับแต่งพีซีของคุณ

ปรับแต่งพีซีของคุณ - หากคุณตั้งใจที่จะใช้เวลาทั้งวันอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ที่ใช้ Windows 7 คุณสามารถปรับแต่งหน้าจอให้ถูกใจได้

Dave Johnson เป็นนักเขียนประจำทีม Windows จะสาธิตวิธีการปรับแต่งคอมพิวเตอร์ของคุณในแบบที่ต้องการ โดยเปลี่ยนรูปประจำตัว พื้นหลังเดสก์ท็อป และเสียงต่างๆ หรือปรับความละเอียดหน้าจอให้อ่านง่ายขึ้นก็ได้
www.buzzidea.tv

เมื่อคุณเปิดเมนู Start คุณคงได้เห็นรูปภาพประจำตัวผู้ใช้แล้ว แต่สิ่งที่คุณอาจยังไม่ทราบก็คือ คุณสามารถเปลี่ยนรูปภาพนั้นเพื่อสะท้อนความเป็นคุณได้

เมื่อต้องการเปลี่ยนรูป เพียงคลิกที่รูปภาพนั้น แล้วคลิก Change your picture

นอกจากรูปภาพที่มีให้เลือกในนี้แล้ว คุณยังสามารถคลิก Browse เพื่อเลือกรูปภาพอื่นๆ ได้ด้วย คุณสามารถใช้รูปถ่ายใบใดก็ได้ที่คุณต้องการ สามารถเปลี่ยนรูปภาพของบัญชี
เป็นรูปจริงๆ หรือเป็นรูปอื่นๆ อย่างเช่น แมวที่เลี้ยงไว้ก็ได้ คุณสามารถเปลี่ยนรูปของคุณกี่ครั้งก็ได้เท่าที่คุณต้องการ

อีกสิ่งหนึ่งที่คุณมักเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ ก็คือ รูปพื้นหลังเดสก์ท็อป หรือที่เรียกกันว่าวอลเปเปอร์ คุณอาจยังจำได้ว่าใน Windows XP นั้น ส่วนที่ตั้งความละเอียดหน้าจอ
และรูปพื้นหลังนั้นจะอยู่ในที่เดียวกัน ซึ่งก็คือ Display Properties แต่ใน Windows 7 เราพิจารณาแล้วเห็นว่านี่เป็นงานคนละประเภทกัน เราจึงได้แยกทั้งสองส่วนออกจากกัน

หากต้องการเปลี่ยนรูปพื้นหลัง ให้คลิกขวาที่เดสก์ท็อปแล้วเลือก Personalize หากคุณต้องการเพียงเปลี่ยนเดสก์ท็อปเป็นรูปใหม่ ให้คลิกที่ Desktop Background
คุณสามารถเลือกรูปถ่ายที่ตรงกับตัวคุณ แล้วก็บันทึกรูปที่คุณเปลี่ยน เมื่อคุณเลือกไลบรารีรูปภาพ เครื่องจะแสดงรูปทั้งหมดที่คุณมีเป็นสไลด์ในพื้นหลัง คุณสามารถบันทึกการเปลี่ยนแปลง หรือเลือกเพียงบางรูปที่ต้องการแสดงเป็นสไลด์ได้

นอกจากนี้ คุณยังสามารถไปที่ Window Color เพื่อเปลี่ยนสีของส่วนต่างๆ บนเดสก์ท็อปได้ เช่น แถบงานและแถบแสดงชื่อหน้าต่าง

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกเสียงที่ต้องการได้ยินได้ด้วย ให้คลิกที่ Sounds แล้วคุณจะเห็นรูปแบบเสียงแบบต่างๆ หากต้องการทดลองฟัง ให้เลือกรูปแบบเสียงแบบใดแบบหนึ่งจากรายการ จากนั้นคุณสามารถคลิกปุ่ม Test เพื่อเล่นเสียงต่างๆ ที่เครื่องจะเล่น เมื่อ Windows ต้องการบอกอะไรบางอย่างได้

หลังจากที่คุณเลือกรูปพื้นหลัง สีหน้าต่าง และเสียงของระบบแล้ว คุณสามารถบันทึกทั้งหมดรวมกันเป็น Theme ได้ และหลังจากนั้น คุณก็สามารถเปลี่ยน Theme ได้ตลอดเวลาเมื่อคุณต้องการเห็นหรือได้ยินอะไรแปลกใหม่ เพียงบันทึก Theme ของคุณ แล้วจาก My Themes ตรงนี้ คุณสามารถเลือก Theme ที่ต้องการใช้ได้ทุกเมื่อ คุณสามารถเลือก Theme ที่มีอยู่ในนี้ หรือดาวน์โหลด Theme ใหม่ๆ จากอินเทอร์เน็ตก็ได้

เมื่อเดสก์ท็อปมีลักษณะอย่างที่คุณต้องการแล้ว ต่อไปก็มาถึงการปรับความละเอียดหน้าจอของคุณ

ใน Windows XP คุณมักจะเปลี่ยนควาละเอียดเพื่อให้ตัวหนังสือบนจอใหญ่ขึ้นและอ่านง่ายขึ้น แต่ใน Windows 7 มีวิธีที่ดีกว่านั้น แต่ละจอจะแสดงผลได้ดีที่สุดที่ความละเอียดระดับหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า "Native Resolution" หากคุณไม่ตั้งจอที่ความละเอียดนั้น ภาพที่เห็นก็อาจไม่คมชัดหรือผิดเพี้ยนได้ นี่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากหากคุณใช้จอ LCD หรือจอแบบ Flat Panel เมื่อต้องการตั้งความละเอียดของหน้าจอให้ถูกต้อง ให้คลิกขวาที่เดสก์ท็อปแล้วเลือก Screen resolution ปกติแล้ว Windows จะตรวจสอบ Native Resolution ของจอโดยอัตโนมัติ คุณเพียงลากแถบเลื่อนนี้ไปที่ค่าที่เครื่องแนะนำ เสร็จแล้วให้คลิก OK แล้วดูผลลัพธ์

หากจอของคุณไม่สามารถแสดงผลที่ความละเอียดนี้ได้ ให้รอประมาณ 15 วินาที แล้วหน้าจอของคุณจะเปลี่ยนกลับเป็นค่าเดิมโดยอัตโนมัติ คุณไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร แต่หากตัวหนังสือเล็กเกินไปและอ่านยาก แล้วคุณอยากปรับให้ใหญ่ขึ้นหละ คุณก็แค่กลับไปที่หน้าต่าง Screen Resolution แล้วคลิกปรับค่าได้ตามต้องการ

วิธีใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่ ตอนที่ 1

ด้วยเมนู Getting Started จะทำให้คุณสามารถคลิกเพื่อเข้าถึง ส่วนการทำงานพื้นฐานต่างๆที่ผู้เริ่มใช้วินโดวส์ครั้งแรกส่วนใหญ่ทำกัน ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถเลือกแบ็กกราวนด์ใหม่ให้กับเดสก์ทอป ถ่ายโอนไฟล์จากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า
หรือสร้างโฮมกรุ๊ปสำหรับแชร์ไฟล์และเครื่องพิมพ์ให้กับพีซีเครื่องอื่นๆในบ้านของคุณ

getting started

หากต้องการคำแนะนำการใช้งานเพิ่มเติม ตรวจสอบได้ในเซ็กชั่น Getting Started บนเว็บไซต์วินโดวส์ คุณจะพบวิดีโอแนะนำการใช้งานครั้งแรก พร้อมด้วยรายการอื่นๆอีกมากมาย Getting Started เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ Windows 7 ช่วยให้คุณใช้งานพีซีได้เร็ว และง่ายขึ้น


www.buzzidea.tv

การใช้งานส่วนต่างๆ บนเดสก์ท็อป (GETTING AROUND THE DESKTOP)

เมื่อคุณใช้ Windows 7 เป็นครั้งแรก คุณอาจสังเกตเห็นหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป และอีกหลายสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นจากเดิมในเดสก์ท็อปของ Windows

Andy Sweet นักเขียนประจำทีม Windows จะพาคุณไปชมการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่สำคัญซึ่งได้แก่ ทาสก์บาร์ที่ปรับปรุงใหม่ Jump List (ซึ่งเป็นวิธีใหม่ในการเปิดไฟล์ที่คุณใช้บ่อย) พร้อมกับเรียนรู้วิธีจัดระเบียบหน้าต่างที่เปิดอยู่บนเดสก์ท็อปของคุณ

 
www.buzzidea.tv

  เริ่มกันที่ทาสก์บาร์

จะเห็นว่าปุ่มบนทาสก์บาร์นั้นใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และมีการตัดตัวอักษรออกเพื่อให้ดูสบายตามากขึ้น ใน Windows 7 พื้นที่ทั้งหมดของทาสก์บาร์เป็นที่ที่คุณสามารถตรึงโปรแกรมต่างๆ ไว้ได้ เพียงแค่คลิกขวาที่โปรแกรมในเมนู Start แล้วคลิกที่ "Pin to Taskbar"
หรือลากไอคอนของโปรแกรมไปวางไว้บนทาสก์บาร์โดยตรง เมื่อเสร็จแล้ว คุณก็สามารถคลิกปุ่มที่ตรึงไว้เพื่อเปิดโปรแกรมที่ต้องการได้

นอกจากนี้ คุณยังสามารถย้ายปุ่มไปมาบนทาสก์บาร์ เพื่อจัดลำดับของปุ่มตามที่คุณต้องการได้ และนี่ก็คือหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เราทราบดีว่าหลายคนต้องการ
เมื่อต้องการเปิดไฟล์ คุณก็อาจมองหา "My Recent Documents" หรือ "Recent Items" แบบเดิมในเมนู Start แต่ตอนนี้เรามีสิ่งที่ดีกว่าเดิม ซึ่งเรียกว่า Jump Lists
Jump Lists เป็นเมนูสั้นๆ ที่ช่วนให้คุณสามารถเปิดไฟล์ที่คุณใช้งานบ่อยได้อย่างรวดเร็ว
คุณยังจำได้ใช่ไหมว่า My Recents Documents ใน Windows XP นั้นจะแสดง
ไฟล์ต่างๆ รวมกันโดยไม่แยกประเภท Jump Lists ก็แสดงไฟล์ที่คุณเพิ่งใช้งานเหมือนกัน แต่คราวนี้จะมีการจัดกลุ่มแยกตามโปรแกรม

เพียงคลิกขวาที่ปุ่มของโปรแกรมบนทาสก์บาร์ แล้วคลิกไฟล์ที่คุณต้องการเปิด

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปิดอีกหน้าต่างหนึ่งสำหรับโปรแกรมนั้นได้ด้วย
เช่น เปิดไฟล์ WordPad ไฟล์ที่สอง เป็นต้น เพียงแค่คุณคลิกที่ชื่อโปรแกรม
และเมื่อคุณใช้งานโปรแกรมนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถคลิกที่ "Close all windows" ได้

ในเมนู Start คุณก็จะเห็น Jump Lists เช่นกัน ทั้งสำหรับโปรแกรมที่คุณได้ตรึงไว้ (ด้านบนสุดตรงนี้) และโปรแกรมที่คุณเพิ่งใช้งาน Jump Lists ไม่ได้แสดงแต่ไฟล์เพียงอย่างเดียว คุณสามารถเปิดโฟลเดอร์จากปุ่ม Windows Explorer ได้ด้วยเช่นกัน
และยังสามารถเปิดเว็บไซต์ต่างๆ จากปุ่มเว็บเบราว์เซอร์ของคุณได้ด้วย
แต่ข้อดีที่โดดเด่นที่สุดดูเหมือนจะเป็น การที่คุณสามารถตรึงอะไรก็ได้ที่คุณใช้บ่อยไว้ใน Jump Lists เมื่อต้องการตรึงรายการสิ่งที่ต้องทำรายการนี้ ซึ่งอัปเดตทุกวัน ให้เปิด Jump List ของโปรแกรมนี้ขึ้นมา ชี้ไปที่ไฟล์ที่อยู่ใต้ "Recent" แล้วคลิกที่เข็มหมุด
รายการนี้ก็จะขึ้นมาอยู่ด้านบนสุด ก็สามารถเรียกใช้งานได้สะดวกขึ้น คุณสามารถเปลี่ยนลำดับหรือถอดสิ่งที่คุณตรึงไว้ออกจากรายการได้ง่ายๆ เพียงคลิกที่เข็มหมุด แต่ไม่ต้องตกใจ คุณยังไม่ได้ลบไฟล์ คุณเพียงแค่ถอดไฟล์ออกจากรายการเท่านั้น

หรือคุณสามารถคลิกขวาที่ไฟล์ที่เพิ่งใช้ เพื่อถอดออกจากรายการได้เช่นกัน
ถึงตอนนี้ คุณก็ได้เห็นแล้วว่า Jump Lists เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เปิดไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุงจากเดิม ก็คือ คุณสามารถดูตัวอย่างไฟล์ต่างๆ ที่เปิดไว้ได้
วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถหาไฟล์ที่คุณต้องการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่คุณเปิดไฟล์หลายไฟล์พร้อมๆ กัน

คราวนี้เรามาดูที่เครื่องมือเล็กๆ ตรงนี้บนเดสก์ท็อปที่เรียกว่า Gadget กัน
นี่เป็นเครื่องมือที่คุณสามารถใช้เรียกดูข้อมูล เช่น สภาพอากาศ หรือข่าวสารสำคัญต่างๆ ได้ผู้ที่ใช้ Windows Vista มาก่อนจะสังเกตเห็นว่าตอนนี้ไม่มีแถบด้านข้างแล้ว
คุณสามารถวาง Gadget ไว้ที่ใดก็ได้ แต่คุณจะต้องคลิกอะไรบางอย่างก่อน
คลิกขวาที่เดสก์ท็อป แล้วคลิก "Gadgets" จากนั้นคุณก็สามารถลากไปวางที่ใดก็ได้ตามต้องการ

เมื่อคุณต้องการจัดระเบียบไฟล์และโฟลเดอร์ที่เปิดอยู่บนเดสก์ท็อป

เมื่อคุณลากหน้าต่างที่เปิดอยู่ไปที่ขอบของเดสก์ท็อป
คุณอาจรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะตอนนี้หน้าต่างได้ยึดติดกับของเดสก์ท็อปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ลองลากอีกหน้าต่างหนึ่งไปที่ด้านใดด้านหนึ่งหรือด้านตรงข้าม
ทันทีที่เมาส์แตะด้านข้างของเดสก์ท็อป หน้าต่างก็จะยึดติดกับขอบด้านนั้นในลักษณะครึ่งหน้าจอ เมื่อคุณลากอีกครั้ง หน้าต่างนั้นก็จะกลับมาเป็นขนาดเดิม วิธีนี้มีประโยชน์มากเมื่อต้องการเปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์ หรือเมื่อต้องการย้ายไฟล์ไปมาระหว่างสองโฟลเดอร์ คุณสามารถวางเอกสารยาวๆ หรืออีเมลชิดขอบในแนวตั้งเพื่อให้อ่านง่ายขึ้นได้ เพียงแค่ปรับขนาดของหน้าต่างไปทางด้านบนหรือด้านล่างของเดสก์ท็อป

นอกจากนี้ คุณยังสามารถขยายหน้าต่างให้เต็มจอได้ โดยลากหน้าต่างนั้นไปที่ด้านบนของเดสก์ท็อป เมื่อคุณเปิดหน้าต่างไว้บนเดสก์ท็อปมากเกินไป ให้ลองใช้วิธีนี้เพื่อย่อหน้าต่างอื่นให้เหลือเพียงหน้าต่างเดียว

คลิกที่ด้านบนสุดของหน้าต่าง แล้วเขย่าหน้าต่างนั้นโดยลากเมาส์ไปมาเร็วๆ
หน้าต่างอื่นๆ ทั้งหมดที่เปิดอยู่จะย่อลง แล้วเมื่อคุณเขย่าอีกครั้ง ทุกอย่างก็จะกลับขึ้นมาเหมือนเดิม

ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของคุณอย่างไร ลองคำสั่ง Getting Started เป็นอย่างแรก

ปิดทุกโปรแกรมที่รันบน Windows 7 ภายใน "คลิกเดียว"

คุณผู้อ่านท่านใดที่ชอบเปิดหน้าต่างโปรแกรมใช้งานบนคอมพิวเตอร์พร้อมกันหลายๆ หน้าต่าง เวลาปิดเครื่องทีก็ต้องค่อยๆ ปิดทีละโปรแกรมจนหมด ซึ่งเสียเวลาพอสมควร กองบรรณาธิการขอแนะนำวิธีที่จะช่วยให้โลกของคุณง่ายขึ้น นั่นคือ Close All Windows ยูทิลิตี้แจกฟรีที่ช่วยปิดหน้าต่างโปรแกรมทั้งหมดภายใน"คลิกเดียว"

Close All Windows เป็นยูทิลิตี้ที่น่าจะมีในวินโดวส์อยู่แล้ว แต่มันกลับไม่ทำเสียนี่ เจ้าโปรแกรมที่ว่านี้สามารถปิดหน้าต่างโปรแกรมทั้งหมดที่กำลังรันอยู่บนเดสก์ทอปได้ภายในคลิกเดียว กลไกทำงานของมันง่ายมาก ซึ่งแทบจะไม่ใช้ทรัพยากรระบบเลย เพราะสิ่งที่โปรแกรมทำก็คือ การส่งคำสั่งปิดโปรแกรมไปยังทุกหน้าต่างโปรแกรมที่ทำงานอยู่บนเดสก์ทอป ใช้งานง่าย เพราะไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมแต่อย่างใด แค่ unzip ไฟล์ แล้วสร้งชอร์ตคัท เพื่อเรียกใช้ โดยใส่เข้าไปในเมู Start, Quick Launch หรือ Taskbar บน Windows 7 หรือวางบนเดสก์ทอปก็ได้ เพียงแค่นี้ คุณก็สามารถปิดโปรแกรมทั้งหมดเดสก์ทอปได้ภายในคลิกเดียวแล้ว

ฟรี!!! นาฬิกา UI มือถือ HTC สวยๆ บนเดสก์ทอป Windows

ก่อนบ่ายคลายเครียดกันเล็กน้อย ด้วยแก็ดเจ็ต (Gadget) แจกฟรี (หรือจะให้ค่าเหนื่อยกับนักพัฒนาเขาก็ได้ :D) ที่จะทำให้เดสก์ทอป Windows Vista หรือ Windows 7 ของคุณ มีนาฬิกาแสนสวยที่เหมือนอินเตอร์เฟซของมือถือ HTC พร้อมรายงานสภาพภูมิอากาศด้วยไอคอนที่สวยงาม

สาวกมือถือ HTC ที่ชื่นชอบอินเตอร์เฟซ Home ที่มีนาฬิกาเรือนใหญ่คอยบอกเวลา และสภาพภูมิอากาศด้วยไอคอนที่สวยงาม หากคุณต้องการให้อินเตอร์เฟซของนาฬิกาดังกล่าวมาโลดแล่นบนเดสก์ทอป Windows ดูบ้าง ก็ง่ายนิดเดียวครับ เพียงแค่ดาวน์โหลดฟรีแวร์ที่มีชื่อว่า HTCHome

หลังจากดาวน์โหลดไฟล์ (.zip) จากทางเว็บไซต์มาเรียบร้อยแล้ว ให้คุณสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมาใหม่ (ตัวอย่างเช่น HTCHome) ทำการ Unzip โฟลเดอร์ และไฟล์ต่างๆ ทั้งหมดเข้าไปในโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นใหม่นี้ จากนั้นเปิดโฟลเดอร์ขึ้นมา มองหาไฟล์ชื่อ HTCHome.exe (ชนิดของไฟล์จะระบุ Application) ดับเบิ้ลคลิ้กบนไอคอนโปรแกรม เพียงแค่อึดใจ UI นาฬิกาแสนสวยของ HTC ก็จะปรากฎขึ้นบนเดสก์ทอป พร้อมทั้งไอคอนโปรแกรมHTCHome จะไปนอนรอให้คุณ Settings การทำงานใน System Tray บริเวณด้านขวาสุดของ Taskbar แล้ว จากนั้นคลิกขวาบนไอคอนของ HTCHome (รูปบ้านหลังเล็ก) เลือกคำสั่ง Settings

ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการทำงานของ HTCHome  ได้มากมาย โดยในแท็บ General คุณสามารถกำหนดให้ HTCHome เปลี่ยน Wallpaper ให้โดยอัตโนมัติได้ด้วยการเลือกเช็คบ๊อกซ์หน้าหัวข้อ Enable wallpaper changing แล้วกำหนดโฟลเดอร์ที่เก็บภาพสวยๆ ไว้ในช่อง Wallpaper folders: ส่วนแท็บ Location จะใช้สำหรับเลือกเมืองที่พักให้พิมพ์ในช่องเสิร์ช Bangkok เพื่อเลือกตั้งค่าใหม่แทนดีฟอลต์ที่เป็น New York เพียงแค่นี้ HTCHome ก็จะแสดงนาฬิกาแสนสวนพร้อมรายงานสภาพภูมิอากาศให้ทราบ แถมยังพยากรณ์ล่วงหน้าไปอีก 5 วันด้วย ก่อนจบย้ำอีกครั้งนะครับว่า HTCHome จะทำงานกับ Windows Vista และ Windows 7 โดยในระบบจะต้องติดตั้ง Microsoft .NET Framework 3.5 (SP1) ขึ้นไปแล้วด้วย

 

ข้อมูลจาก: codeplex

อุดเน็ตรั่ว ปิด 3G, Edge และ GPRS ด้วยตัวเอง

คงไม่ต้องบอกว่า Smart Phone ต่างจากโทรศัพท์ทั่วไปที่ใช้แค่โทรเข้าโทรออกอย่างไร แต่ด้วยความ Smart นี่แหล่ะที่กลับสร้างปัญหาเรื่องเน็ตรั่วที่มาพร้อมบิลค่าบริการอันแสนจะน้ำตาตกกันมาเยอะแล้ว จนทำให้หลายๆ คนจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้โปร Unlimited ไปสิ้นรื่องสิ้นราว แต่สำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายเงินเยอะขนาดนั้นจะมีวิธีป้องกันตัวเองได้อย่างไร

 

 วิธีแรก ปิดที่ผู้ให้บริการก่อน

AIS

ปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ต : กด *129*1# โทรออก

เปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ต : กด *129*2# โทรออก

ตรวจสอบสถานะการใช้งาน ปิด- เปิด EDGE/GPRS : กด *129# โทรออก

DTAC

ปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ต และ MMS : กด *104*7*2# โทรออก

เปิดใช้บริการอินเทอร์เน็ตและ MMS : กด *104*7*1# โทรออก

หมายเหตุ : DTAC จะไม่สามารถปิดเฉพาะการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียวได้ จะต้องปิดบริการ MMS ไปด้วย เพราะการใช้บริการ MMS จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการดาวน์โหลดข้อมูลลงมาในมือถือ

TrueMove

ปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยโทรไปที่เบอร์ *9399 กด 5 กด 3 (ค่าบริการครั้งละ 3 บาท) หรือ 2222 นาทีละ 5 บาท

แต่สิ่งที่ควรรู้ก็คือ การปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบนี้จำเป็นต้องใช้เวลาในการทำงานด้วย ไม่ใช่ทำปุ๊บจะปิดได้ปั๊บทันที เพราะบางครั้งระบบอาจจะดี เลย์เป็นชั่วโมงก็มือ ถ้าเพื่อความมั่นใจหลังจากปิดระบบแล้วก็ควรจะตรวจด้วยการใช้บริการอินเทอร์เน็ตซ้ำหลังจากที่ปิดการใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ภาย ใน 10 นาที

วิธีที่สอง ปิดจาก Smart Phone

Android Phone

ให้เข้าไปที่ Settings > Wireless & Networks > Mobile Network แล้วกดซ้ำ โปรแกรมจะขึ้น Connect to Network

หมายเหตุ : ใน Android Phone จะมี Mobile Network อยู่ 2 ตัว คือ Mobile Network และ Mobile Networks ให้เลือกที่ไม่เติม "s"

Blackberry Phone

ให้เข้าไปที่ Option > Mobile Network > Data Services เลือก Off

iPhone

ให้เข้าไปที่ Setting > General > Network > Cellular Data Off

หมายเหตุ : สำหรับ iPhone ที่ใช้ OS 4 ขึ้นไป

Windows Phone

ให้เข้าไปที่ Setting > Connections > Connections > Advanced จากนั้นไปที่ Select Networks ใน Network ManageMent ให้เลือกเป็น My ISP ทั้งคู่

หมายเหตุ : ต้องแน่ใจว่าใน Windows Phone ไม่ได้ตั้งค่าอะไรใน My ISP

แต่สิ่งที่ควรรู้ก็คือ การปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบนี้ อาจจะสร้างความรำคาญกับการฟ้องของโปรแกรมที่จะขึ้นมาเตือนว่า ไม่สามารถอัพเดตข้อมูลได้