This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

A beautiful Start

It begins here. Windows 8 and Windows RT.

Make the #switch

It’s colourful. Fast. Takes amazing photos. And that’s just for starters... So many reasons to fall in love with the new Nokia Lumia. Then make the #switch.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอที แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอที แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธ, พฤศจิกายน 25, 2558

วิธีตั้งค่า Windows ให้แสดงตัวอักษรใหญ่ขึ้น แก้ปัญหากวนใจผู้สูงอายุ

ด้วยในปัจจุบันนี้ คอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows ส่วนใหญ่จะตั้งความละเอียดหน้าจอ Resolution สูงสุดอยู่เสมอ ทำให้ทั้งผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน หรือวัยผู้สูงอายุ ก็เจอปัญหาตัวอักษรเล็กเหลือเกิน เรามาทำให้ตัวอักษรบนระบบปฏิบัติการ Windows นี้ตัวใหญ่ขึ้น เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น แม้ว่าความละเอียดหน้าจอจะแสดงระดับสูงสุดก็ตามสำหรับผู้ใช้ ระบบปฏิบัติการ Windows 7  หรือ Windows 8

ให้เข้าไปที่ Control Panel  ( กรณีผู้ใช้ Windows 7 เข้าไปที่ปุ่ม start แล้ว พิมพ์ที่ช่อง search ว่า Control Panel , ส่วนผู้ใช้ Windows 8 ให้กด ctrl+q แล้วพิมพ์ที่ช่อง search ว่า control panel เช่นกัน ) >> จากนั้นเลือกที่ Display

enlarge-display-text-windows-setting-01
คุณก็จะเห็นหน้าจอปรับตัวอักษร แล้ว มีให้เลือก  3 ระดับคือ  smaller , medium , larger  เหมือนกัน หากพอใจขนาดที่เค้าตั้งให้ก็เลือกขนาดที่ชอบได้เลย แล้วคลิก Apply จบขั้นตอน แต่ถ้าดูแล้วใหญ่ไม่พอละก็ ยังสามารถปรับขนาดตัวอักษรที่ปรับได้ละเอียดขึ้นกว่า smaller , medium , larger   เมื่อสักครู่นี้ได้ โดยสามารถทำได้ดังนี้

enlarge-display-text-windows-setting-02

สำหรับผัู้ใช้ Windows 7 จากหน้าจอ smaller , medium , larger   ให้เลือกที่ Set custom text size (DPI) ตรงรายการเมนูด้านซ้าย

enlarge-display-text-windows-setting-03

กรณีใช้ Windows 8 ให้เลือกที่ Custom sizing options

enlarge-display-text-windows-setting-04

แล้วก็เลื่อนซ้ายขวาเพื่อปรับขนาดตัวอักษรใหญ่เล็กแบบละเอียดได้ตามต้องการ พอใจขนาดแล้ว ให้คลิก okเสร็จสิ้นการตั้งค่า

enlarge-display-text-windows-setting-05

ก็จะได้ขนาดพิเศษ Custom ดังรูปด้านบน

ส่วนกรณีผู้ใช้ Windows 10

จากหน้าจอ desktop หลัก ให้คลิกปุ่ม start แล้วเลือกที่ Settings > เลือก  System.

enlarge-display-text-windows-setting-06

จะปรากฎหน้าต่าง เลือกแท็บด้านซ้ายที่ Display  แล้วสามารถเลือกขนาดตัวอักษรที่จะแสดงได้ที่ ตัวเลื่อนchanging the size of your text and “other items ซึ่งก็ไม่ต่างจาก Windows 7 และ Windows  8 ก็มี 3 ระดับเช่นกัน

enlarge-display-text-windows-setting-07

หากไม่พอใจขนาดอักษร 3 ขนาดบน Windows 10 ให้คลิกที่ Advanced display settings  >> แล้วเลือก  set a custom scaling level เพื่อปรับขนาดอย่า่งละเอียดอีกครั้ง

แค่นี้ ผู้ที่ทำงานคอม และผู้สูงอายุ สามารถอ่านตัวอักษรบนคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบายตาขึ้น หากคุณมีปัญหาเรื่องมองตัวอักษรเล็กๆก็ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูกันได้เลย

ข้อมูลจาก it24hrs  PC WORLD

วันศุกร์, พฤศจิกายน 22, 2556

WP8: Instagram บน Windows Phone 8 มาแล้ว ดาวน์โหลดกันได้ที่นี่เลย!

WP8: Instagram บน Windows Phone 8 มาแล้วจ้า ดาวน์โหลดกันได้ที่นี่เลย!

WP8 อัพเดทข่าวล่าสุดหลังจากร้องเพลงรอกันมานานในที่สุดสาวก Windows Phone 8 ก็จะได้ยุติเสียงแซวของแฟนบอยค่ายอื่นเสียที เมื่อล่าสุดแอปฯแชร์รูปใส่ฟิลเตอร์เก๋ๆอย่าง Instagramได้เปิดให้ดาวน์โหลดแล้วครับสำหรับสมาร์ตโฟนบนระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8 และที่น่าจะแฮปปี้กว่าใครก็คือฝั่ง Nokia ที่มีมือถือถ่ายรูปสวยอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น Nokia Lumia 1020 และ Nokia Lumia 925ที่คราวนี้แหละจะได้อวดผลงานให้ชาวโลกได้รู้กันเสียที!!!

อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าแอปฯ Instagram บน Windows Phone 8 นั้นยังอยู่ในเวอร์ชั่น Beta อยู่เพราะฉะนั้นก็อาจมีความสามารถบางอย่างที่ยังไม่สามารถทำได้เทียบเท่าฝั่ง iOS และ Android (แต่ในอนาคตทำได้เหมือนกันแน่ๆ) อย่างเช่นความสามารถในการบันทึกวิดีโอขนาดสั้นเป็นต้น แต่ถ้าเป็นเรื่องถ่ายรูปใส่ฟิลเตอร์ใส่กรอบแล้วแชร์ออกนั้นรับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอนฮะ

เอาเป็นว่าใครสนใจแอปฯ Instagram และใช้งานสมาร์ตโฟนบนระบปฏิบัติการ Windows Phone 8 หรือNokia Lumia กันอยู่ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอปฯกันได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลยครับ :)

ดาวน์โหลด Instagram สำหรับ Windows Phone 8 ได้ที่ลิงค์นี้

 

ที่มา: redmondpie , TechXcite

วันเสาร์, ตุลาคม 19, 2556

วิธีการอัพเกรดจาก Windows 8 ไปยัง Windows 8.1 แบบชัดๆและง่ายสุดๆ

start-upgrade-windows8_1

หลังจากที่เตรียมเครื่องเพื่อป้องกันหากกรณีติดตั้ง Windows 8.1 บนเครื่องเราผิดพลาดเรียบร้อย คราวนี้ก็หายกังวลได้ระดับหนึ่ง ล่าสุด Microsoft ก็ปล่อยตัวระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 แล้ว ซึ่งท่านสามารถดาวน์โหลดติดตั้งได้ฟรีผ่านทาง Windows Store    เชื่อว่าบางท่านไม่อยากอัพเกรดช่วงนี้เพราะคนโหลดเยอะมาก เลยวันนี้มาดูจากคนที่ติดตั้งเสร็จแล้วดีกว่า ว่าขั้นตอนการอัพเกรดเป็น Windows 8.1 ผ่านทาง Windows Store นั้น ทำกันอย่างไร ?

w81-upgrade-step00

ผู้ใช้ Windows 8 , Windows RT หรือ Surface ให้ทำการเปิดเครื่อง  จะเข้าสู่หน้าจอ Start Screen นี้   อย่าลืมต่อเน็ตหรือ Wifi ด้วย ถ้าเรียบร้อยแล้ว ก็คลิกที่ Windows Store ดังรูป

w81-upgrade-step01

จะพบหน้าเตือนแบบนี้ ปรากฎบน Windows Store ให้คลิกที่ Update to Windows 8.1 For Free  ได้เลย

w81-upgrade-step02

จะปรากฎข้อมูลปริมาณการดาวน์โหลด ซึ่งแต่ละเครื่องจะไม่เท่ากัน คาดการดาวน์โหลดติดต้้งนี้จะโหลดถึง 2-3 GB ถ้าคุณเน็ตเร็วพร้อมก็คลิก Download ติดตั้งได้เลย

w81-upgrade-step03

เริ่มดาวน์โหลดแล้ว จะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับความเร็วเน็ตคุณ

w81-upgrade-step04

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วจะแจ้งเตือน Restart  ก็คลิกที่ Restart Now ดังรูป

w81-upgrade-step05

เครื่องคอมคุณก็จะทำการรีสตาร์ท และเข้าสู่หน้าการติดตั้ง ขั้นตอนนี้คุณก็นั่งรอ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ระหว่างคอมติดตั้งไปก่อน

w81-upgrade-step06

อาจมีการรีสตาร์ท ประมาณ 2-3 ครั้ง

w81-upgrade-step07

สักพักจะเจอหน้าข้อตกลงการใช้งาน  ให้คลิกที่ i Accept  (ทั้งนี้แนะนำให้ลองอ่านข้อตกลงกันก่อนคลิกด้วย )

w81-upgrade-step08

ระบบก็จะเริ่มเตรียมติดตั้งเซตค่าแอพบน Windows 8.1 แล้ว ซึ่งก็ใกล้เสร็จแล้ว  จนกระทั่ง….

w81-upgrade-step09

ได้หน้าจอ Start Sreen แบบใหม่นี้เลย (ดูแล้วเหมือนเดิมเลยน้อ ) มีแตกต่างกันจ้าสังเกตบริเวณด้าน ซ้ายล่าง จะมีลูกศรชี้ลง ด้วย ( ซึ่งบน Windows 8 )ไม่มี คุณสามารถปัดขึ้นเพื่อเจอแอพต่างๆมากมายด้านล่างด้วย นั่นหมายความว่าคุณได้อัพเกรดเข้าสู่ Windows 8.1 เรียบร้อยแล้ว :)

ข้อมูลจาก winsupersite.com ,it24hrs.com

วันพุธ, ตุลาคม 09, 2556

Microsoft เตือนผู้ใช้ IE ทุกเวอร์ชั่น รีบติดตั้ง Fix-it ด่วน หลังพบช่องโหว่ 0-Day

alert-ie-fix-it

ThaiCERT ประกาศเตือน หลังจากที่ Microsoft ได้ประกาศแจ้งเตือนเรื่องความมั่นคงปลอดภัย (Microsoft Security Advisory) หลังพบช่องโหว่ใน Internet Explorer (IE ) ทุกเวอร์ชั่น โดยเฉพาะ IE 8 และ IE 9 เริ่มถูกโจมตีผ่านทางช่องโหว่ที่ร้ายแรงแล้ว สำหรับสาเหตุของช่องโหว่นี้เกิดจากข้อผิดพลาดในการจัดการหน่วยความจำของโปรแกรม IE ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถสั่งให้ประมวลผลคำสั่งอันตราย Remote Code Execution โดย ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ที่มีโค้ดอันตรายสำหรับโจมตีผ่านช่องโหว่ นี้ อาจถูกผู้ไม่หวังดีสั่งให้โปรแกรม Internet Explorer ประมวลผลคำสั่งอันตรายใดๆ ก็ได้ เช่น สั่งให้ดาวน์โหลดมัลแวร์มาติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน เป็นต้น ซึ่งช่องโหว่นี้สามารถเกิดขึ้นตั้งแต่ IE 6-11 เลยทีเดียว

fix-it-icon

วิธีป้องกันเบื้องต้น ทาง Microsoft ได้ออกตัว Fix it ชื่อ MSHTML Shim Workaround เพื่อช่วยลดผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวแล้ว สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่ ซึ่งจะช่วยป้องกันได้ระดับหนึ่ง โดยช่วงนี้ ควรติดตามข่าวสารไอทีเกี่ยวกับช่องโหว่นีอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าหากไม่สามารถติดตั้ง Fix-it ลงบน ie ได้ แนะนำหลีกเลี่ยงไปใช้เว็บบราวเซอร์อื่นไปก่อน

ข้อมูลจาก ThaiCERT , it24hrs

วันอังคาร, ตุลาคม 08, 2556

[ข่าวลือ] Microsoft กำลังวางแผนรวม Windows phone และ Windows RT เข้าด้วยกันภายใน 2 ปีนี้

มีรายงานจากบัญชีทวิตเตอร์ @MSFTnerd ที่เป็นหนึ่งในผู้ที่ปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับ Microsoft ได้ถูกต้องบ่อยๆออกมาว่า ตอนนี้ทางคุณ Terry Myerson ซึ่งเพิ่งได้รับการเลือนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าฝ่าย Operating system ของ Microsoft วางแผนที่จะค่อยๆรวมระบบปฏิบัติการของบริษัท 2 ตัวซึ่งได้แก่ Windows phone และ Windows RT เข้าด้วยกันภายใน 2 ปีนี้

MSFTnerd

ซึ่งยุทธศาสตร์ในการรวมกันของทั้ง 2 ระบบปฏิบัติการจะทำผ่านการอัพเดทย่อย (General Distribution Release หรือ GDR) 3 อัพเดทต่อปี ซึ่งก็สอดคล้องกับสิ่งที่เคยมีข่าวก่อนหน้าว่า Microsoft กำลังรวม Store ของ Windows และ Windows phone เข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนครับว่าสุดท้ายแล้ว Microsoft จะผสานหน้าจอการใช้งาน (UI) ของทั้ง 2 ระบบเข้าด้วยกัน หรือว่าจะมีหน้าจอการใช้งานที่แตกต่างกันสำหรับอุปกรณ์แต่ละอุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาดต่างๆ

ซึ่งหากเราจะมองกันให้ดี จากข่าวที่ออกมาในช่วงนี้เราจะเห็นว่าทั้งข่าวที่ Microsoft มองเห็นอนาคตของ Windows RT ในอุตสาหกรรมมือถือ, ทั้งข่าว  Microsoft จะรวม Store ของทั้ง 2 ระบบเข้าด้วยกัน และข่าวอื่นๆ เราจะเห็นได้ว่า Microsoft เองน่าจะหันมามองและให้ความสำคัญกับตลาด smart devices พอสมควรครับ

 

 

ที่มา: WMPoweruser ,appdisqus

วันอังคาร, ตุลาคม 01, 2556

IT: Apple โค่นแชมป์ Coca Cola ขึ้นแท่นแบรนด์มูลค่าสูงที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก

IT อัพเดทข่าวล่าสุดกับ TechXcite ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับเฮีย Tim Cook และพลพรรคค่ายApple ที่ได้เฮฮาปาจิงโกะกันอย่างเต็มที่หลังจากที่ยักษ์ใหญ่จาก Cupertino, California ได้กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างสง่าภาคภูมิ

โดยผลการสำรวจของ Interbrand บริษัทให้คำปรึกษาด้านแบรนด์ที่ทำเป็นประจำทุกปีได้เปิดเผยว่า Apple มีมูลค่าของแบรนด์ในปัจจุบันสูงถึง $98,316 ล้านเหรียญสหรัฐและก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์คนใหม่ครั้งแรกในรอบเกือบๆ 10 ปีแทนที่แบรนด์เดิมที่เหนียวแน่นมายาวนานอย่าง Coca Cola ที่ตกไปอยู่ในอันดับ 3 ด้วยมูลค่าเพียงแค่ $79,213 ล้านเหรียญ ซึ่งก็ต้องถือว่าห่างจากที่ 2 คือทางด้านของ Google ที่มูลค่า $93,291 ล้านเหรียญสหรัฐอยู่ไกลทีเดียว

ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่าใน 20 อันดับแรกของแบรนด์มูลค่าสูงที่สุดในโลกนั้นก็มีรายชื่อของบริษัทไอทีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในตลาดนี้อยู่พอสมควรทีเดียวไม่ว่าจะเป็น IBM, Microsoft, Samsung, Intel, Cisco, HP, Oracleหรือ Amazon เป็นต้น ซึ่งทุกท่านสามารถเข้าไปชมรายละเอียดของทั้ง 100 อันดับกันได้ที่เว็บไซต์Interbrand ด้านล่างนี้เลยครับ :)

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

ที่มา: interbrand, kerrysoup

วันศุกร์, กันยายน 20, 2556

โทรฟรี! เงินหมดก็โทรฟรีได้ ไม่ต้องยิง ด้วยบริการเสริม Freebie

freebie-a

หากมีเรื่องคุยเยอะๆแต่งบจำกัด อยากโทรฟรีก็ต้องมี Smartphone พร้อมแพ๊คเกจ 3G หรือ WIFI ต้องลง app พิเศษแต่ก็โทรหาได้เฉพาคนที่มี appเดียวกันอีก ไม่งั้นก็ยิงให้เพื่อนโทรกลับ แต่เพื่อนก็ไม่โทรกลับซักที แค่จะโทรฟรีทำไมต้องคิดเยอะจัง วันนี้มีวิธีเด็ดๆ ที่ลูกค้า AISทั้งแบบเติมเงินและรายเดือนสามารถโทรฟรีถึงทุกเครือข่ายได้สูงสุด 180 นาทีต่อเดือน โดยไม่มีค่าบริการรายเดือนเพิ่มเติม โทรได้จากมือถือทุกรุ่น ไม่ต้องลง App ไม่ต้องเสียค่า data และไม่หักยอดเงินสำหรับแบบเติมเงิน  เงินหมดก็โทรได้ด้วยบริการเสริม Freebie

freebie-b

Freebie คืออะไร? บริการ Freebie เป็นบริการเสริมที่ใช้โทรฟรีสำหรับลูกค้า AIS โดยจุดเด่นคือ ไม่ต้องลง app สามารถใช้ได้กับโทรศัพท์มือถือทุกรุ่น และโทรไปยังเบอร์ปลายทางของทุกเครือข่ายได้ฟรี รวมถึงโทรศัพท์บ้านทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดอีกด้วยโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเลย ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เงินหมดก็ยังโทรได้ซึ่งขั้นตอนการใช้ก็ไม่ยุ่งยาก จะใช้งานได้อย่างไร? มาลองดูวิธีการกัน…

ขั้นตอนการใช้งานง่ายๆ:

1. กด *115 แล้วตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์ปลายทางแล้วกดโทรออก

freebie-c

2. หลังกดโทรออก เราจะได้ฟังสิ่งที่น่าสนใจตามข้อมูลที่กรอกตอนลงทะเบียนไว้ เช่น gossip บันเทิง มุขขำขัน โปรโมชั่นพิเศษ อัพเดท gadget ใหม่ๆ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ผลบอล เคล็ดลับสุขภาพ ดวงประจำวัน เป็นต้น ซึ่งจะได้ฟังเป็นระยะเวลาประมาน 15 วินาที ก่อนที่ระบบจะทำการต่อสายโทรไปยังปลายทาง

freebie-d

3. การโทรครั้งนั้น จะเป็นการโทรฟรี โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินค่าโทร

โดยเบื้องต้น เมื่อลงทะเบียนแล้ว เราจะได้รับโควต้าโทรฟรีทันที วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที (หรือเทียบเท่ากับ 30 นาทีต่อเดือน) แต่ถ้าอยากได้สิทธิ์โทรฟรีเพิ่ม ก็ล็อกอินที่เว็บไซต์ www.freebie.co.th เพื่อกรอกข้อมูลและเลือกสิ่งที่เราสนใจเพิ่มเติม เพียงเท่านี้ ก็จะได้ทั้งสิทธ์โทรฟรีเพิ่มสูงสุดเป็น วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 นาที (หรือเทียบเท่ากับ 90 นาทีต่อเดือน) และได้ฟัง content ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีก

เมื่อใช้ครบ 90 วันหรือตามเงื่อนไขที่กำหนด เราก็จะได้โควต้าโทรฟรีเพิ่มเป็น วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที (หรือเทียบเท่ากับ 180 นาทีต่อเดือน) ตลอดเดือน

ในกรณีถ้าโทรผ่าน Freebie แล้ว ใกล้จะเกินเวลาต่อครั้งที่กำหนด  ระบบจะส่งเสียงสัญญาณเตือน 10 วินาทีก่อนตัดสาย  เพื่อให้เราแน่ใจว่าการโทรครั้งนั้นฟรีจริงๆ

เราเลือกได้ว่าจะโทรฟรีเมื่อไหร่ ถ้าไม่ต้องการโทรฟรี ก็โทรออกแบบปกติ โดยไม่ต้องกด *115 ได้เลยตามสะดวก

freebie-e

การใช้บริการเสริม Freebie นี้ จะช่วยให้คุยได้มากขึ้น ไม่ต้องคอยยิงให้เพื่อนโทรกลับ ถ้าใครใช้แบบเติมเงินอยู่ เงินหมดก็โทรฟรีได้ หากใครสนใจใช้บริการ Freebie นี้ ควรรีบลงทะเบียนก่อน เนื่องจากบริการนี้เปิดให้ลงทะเบียนจำนวนจำกัดเท่านั้น

สมัครอย่างไร ? การสมัครบริการเสริม Freebie นั้น ทำได้ 2 ช่องทางง่ายๆคือ

  1. ลงทะเบียนผ่าน website ที่ www.freebie.co.th
  2. ลงทะเบียนผ่าน SMS โดยพิมพ์ Regis วรรคตามด้วย F (หญิง) หรือ M (ชาย) วรรคตามด้วย วันเดือนปีพ.ศ.เกิด 8 หลัก  เช่น เพศชาย เกิด3 มกราคม 2529 ก็เปิดเขียนข้อความสั้น พิมพ์ Regis M 03012529 เป็นต้น  แล้วส่งไปที่เบอร์ 4712300 (ค่าบริการ 3 บาท)
ขั้นตอนการสมัคร Freebie ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อใช้บริการ Freebie ในการโทรฟรี

freebie-f

เปิดเว็บบราวเซอร์ เข้าเว็บไซต์ www.freebie.co.th แล้วคลิกที่ sign in

freebie-g

จากนั้นคลิกลงทะเบียนสมัครสมาชิกใหม่

freebie-h

กรอกหมายเลขโทรศัพท์ระบบ AISของเราแล้วคลิก รับรหัสผ่าน

ระบบจะส่ง OTP (รหัสผ่านครั้งเดียว) มาทาง sms (เป็นหมายเลย 4 หลัก) จากนั้นให้กรอกรหัสผ่าน 4 หลักลงในเว็บไซต์แล้วคลิก ตกลง

freebie-i

หากใส่รหัสถูกต้อง ระบบจะพาเข้าสู่หน้าสร้างชื่อผู้ใช้ freebie ให้พิมพ์อีเมลของเรา และตั้งรหัสผ่านของเราเอง  ลงในฟอร์มที่กำหนดไว้ ให้ถูกต้อง แล้วคลิก ต่อไป

freebie-j

ระบบจะให้พิมพ์ข้อมูลส่วนตัว และเลือกสิ่งที่เราสนใจ ถ้าต้องการใช้บริการเร็วๆ ก็กรอกตามที่มี *ให้ครบถ้วนแล้วติ๊กเครื่องหมายถูกที่ ฉันยอมรับข้อกำหนดการให้บริการและนโยบายส่วนบุคคลของ Freebie แล้วคลิกลงทะเบียน ทั้งนี้เราสามารถเข้ามาแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลภายหลังได้ทุกเมื่อ

freebie-k

หากทำตามขั้นตอนทั้งหมดถูกต้อง ก็จะปรากฏหน้าขอบคุณที่ลงทะเบียนแบบนี้ พร้อมใช้ Freebie สำหรับการโทรฟรีโดยไม่เสียเงิน ได้แล้ว

เครดิต: freebie, it24hrs

วันจันทร์, กันยายน 16, 2556

5 ขั้นตอนก่อนส่งต่อสมาร์ทโฟนให้ผู้อื่นใช้ (สำหรับ iPhone และ Andriod)

โทรศัพท์ของคุณนั้นก็เปรียบเหมือนเพื่อนสนิทในวัยเรียน ในเวลา 1-2 ปี เพื่อนคนนี้จะเก็บเรื่องราวหรือความลับของคุณไว้มากมายโดยที่ไม่เคยบอกใคร และเมื่อคุณต้องเปลี่ยนโรงเรียน คุณก็อาจไม่ได้คุยหรือพบกับเพื่อนคนเดิมอีกเลย ซึ่งความลับของคุณก็ยังคงอยู่กับเพื่อนคนนั้นตลอดไป เช่นเดียวกับโทรศัพท์ เมื่อคุณต้องการจะขายหรือส่งต่อให้ผู้อื่นใช้ ข้อมูลหรือความลับมากมายก็จะยังคงอยู่ในโทรศัพท์ แล้วคุณจะทำอย่างไรกับข้อมูลเหล่านั้นล่ะ?  เมื่อคุณไม่ต้องการให้ข้อมูลอันมีค่าของคุณรวมถึงรายชื่อรูปภาพต่างๆในมือถือตกเป็นของคนอื่นไป คุณก็ต้องมั่นใจว่าโทรศัพท์ของคุณปลอดภัยเหมือนใหม่ด้วย 5 ขั้นตอนง่ายๆดังนี้

1. Back Up ข้อมูล

ก่อนที่จะลบข้อมูลทุกอย่างในโทรศัพท์ของคุณ ก็ต้องมั่นใจก่อนว่า คุณได้ Back Up ข้อมูลทั้งหมดไว้แล้ว ไม่ว่าจะไว้ในคอมพิวเตอร์หรือบน cloud

4438532375_7ebb1f5c8d_o

2. ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่าย

ติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อยกเลิกบริการหากคุณต้องการเปลี่ยนไปใช้เบอร์โทรศัพท์ใหม่ หรือเปลี่ยนโปรโมชั่นที่ใช้ในโทรศัพท์เครื่องเดิมเพื่อสลับไปยังอุปกรณ์ใหม่

945284001_4df4a0eb63_o

3. Reset โทรศัพท์

ดำเนินการ Reset โทรศัพท์ของคุณ สำหรับ iPhone ให้ไปที่

Settings > General > Reset, and then tapping “Erase All Content and Settings.”

4731067396_5fe40f8742_o

สำหรับ Andriod แต่ละรุ่นจะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันไป แต่ลักษณะเมนูนั้นจะคล้ายคลึงกัน ให้คุณเลือกที่

Settings > Privacy > Factory data reset.

3118839639_08c1b3b60e_o

4. ลบข้อมูลจาก Sim หรือ SD Card

ลบข้อมูลทุกอย่างออกจาก Sim Card และ SD card (ถ้าหากมี)

2836146903_36565d7487_o

5. ตรวจสอบอีกครั้ง

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเช็คข้อมูลในโทรศัพท์อีกครั้งว่าไม่มีข้อมูลใดๆหลงเหลืออยู่ ทั้งรายชื่อ รูปภาพ ข้อความต่างๆ เมื่อส่งต่อโทรศัพท์ให้ผู้อื่นใช้ ข้อมูลสำคัญของคุณก็จะปลอดภัยไม่รั่วไหลไปยังผู้ใช้คนใหม่

ข้อมูลจาก Mashable , it24hrs

วันอังคาร, กันยายน 03, 2556

เทคนิคแชร์"เว็บเพจ"แบบเร่งด่วน!!! บนสมาร์ทโฟน Android

ไม่มีใครปฏิเสธว่า สมาร์ทโฟนสายพันธุ์ Android กำลังมาแรง ซึ่งในแง่ของการท่องเว็บที่สามารถเปิดเว็บไซต์ Flash ได้กลายเป็นจุดแข็งที่ Android ใช้นำมาเหน็บ iPhone และอุปกรณ์ iOS กันอยู่ตลอดเวลา แต่ทิปที่นำมาฝากกันไม่ใช่เรื่องนี้หรอกนะครับ แต่เป็นพฤติกรรมของชาวเน็ตวันนี้ที่มีอะไรก็ชอบแชร์ให้เพื่อนๆ ที่อยู่บนเครือข่ายต่างๆ ได้รับทราบ โดยเฉพาะเว็บเพจที่น่าสนใจ

ซึ่งหากเป็นสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ Android เมื่อคุณต้องการแชร์ URL ของเว็บเพจในบราวเซอร์ให้เพื่อนๆ สิ่งที่ทำกันโดยทั่วไปก็คือ แตะ menu เลือก more แล้วแตะตัวเลือก Share ความจริงมันมีวิธีที่ลัดกว่านี้อีกครับ นั่นก็คือ การใช้นิ้วแตะค้าง (long-press function) บน address bar ของบราวเซอร์ แค่อึดใจ ไดอะล็อกบ๊อกซ์ให้เลือกแอคชั่นว่าจะ Share Page หรือ Copy page url จะโผล่ขึ้น แตะเลือก Share Page เพียงแค่นี้ ตัวเลือกของบริการที่ต้องการแชร์ก็จะปรากฎขึ้นมาให้ใช้งานได้ทันที สำหรับทิปนี้จะได้ใช้กับบราวเซอร์ของ Android เอง และ Xscope แต่จะใช้ไม่ได้กับ Dolphin, Opera หรือ Skyfire ส่วน Firefox จะมีปุ่มที่อยู่ติดกับ address bar ที่สามารถแตะ เพื่อเลือก Share Page ได้ทันที

เครดิต arip

วันศุกร์, พฤศจิกายน 23, 2555

Windows 8 และ SkyDrive

2CBEE12EBF6F4FA883A61422DFF96

Windows 8 ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างระบบปฏิบัติการและบริการเก็บข้อมูลบน Cloud จาก SkyDrive ของไมโครซอฟท์ก้าวหน้าไปอีกระดับหนึ่ง แต่ SkyDrive คืออะไร มันทำงานอย่างไร และจะช่วยให้คุณทำอะไรเพิ่มขึ้นได้บ้าง?

SkyDrive คืออะไร?

คำอธิบายเบื้องต้นสำหรับ SkyDrive คือ เป็นบริการจากไมโครซอฟท์ที่จะจัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ให้กับคุณจำนวนหนึ่ง เดิมที คุณจะต้องลงชื่อเข้าใช้งานที่หน้าแรกของ SkyDrive แล้วอัพโหลดเอกสาร รูปภาพ และไฟล์ต่างๆ ผู้ใช้โทรศัพท์ Windows สามารถเลือกที่จะอัพโหลดรูปที่เพิ่งถ่ายขึ้นเก็บไว้บนCloud ได้ เช่นเดียวกับเอกสาร OneNote เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการเปิดตัวแอพสำหรับทั้งโทรศัพท์ Windows และไอโฟน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถจัดการไฟล์ได้ง่ายขึ้น

แอพ Microsoft Office (เวอร์ชั่นบนเว็บของชุดโปรแกรมการทำงานยอดนิยมที่มีให้ใช้ฟรี) ก็ใช้ประโยชน์จากความสามารในการจัดเก็บเอกสารออนไลน์ของ SkyDrive แต่ Windows 8 ได้ผลักดันให้มีการใช้งานบริการนี้มากขึ้นไปอีก

นำ SkyDrive มาสู่คนหมู่มาก

ในโพสต์หนึ่งของบล็อกเกี่ยวกับการสร้าง Windows 8 ผู้จัดการโปรแกรมกลุ่ม SkyDrive ไมค์ ตอร์เรส (Mike Torres ) และ โอมาร์ ชาฮีน (Omar Shahine) ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนของไมโครซอฟท์ที่จะนำพื้นที่เก็บข้อมูล Cloud ส่วนตัวนี้ มาสู่ผู้ใช้งานหมู่มาก

"เราคิดว่าสิ่งที่คนต้องการจะได้จากพื้นที่เก็บข้อมูลส่วนตัวบนบริการCloud คือ การสามารถเข้าถึงไฟล์ของตนจากอุปกรณ์ใดๆ ที่มีอยู่ได้อย่างทันทีทันใด ปลอดภัย และเป็นส่วนตัว"

และกล่าวต่อว่า: "ในการที่จะทำให้ผู้คนนับพันล้านใช้สิ่งนี้ วิธีการของเราก็คือเชื่อมไฟล์ที่ผู้คนมีอยู่ในคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ณ เวลานี้ เข้ากับประสบการณ์แอพและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เขาจะใช้ในอนาคตอย่างไร้รอยต่อ" แทนที่จะต้องใช้บริการหลายอย่างประกอบกัน ผู้คนสามารถใช้บริการเดียวในการเชื่อมต่อกับไฟล์ของตนทั้งหมด ไม่ต้องทำสำเนาไฟล์จากบริการ Cloud หนึ่งไปอีกบริการ Cloud หนึ่ง เพียงเพราะต้องการแบ่งปันหรือร่วมกันทำงานบนไฟล์"

แล้วจะทำสิ่งนี้ให้สำเร็จใน Windows 8 ได้อย่างไร?

เข้าไปในแอพ SkyDrive ใหม่ ซึ่งใน Windows 8 จะมีสองรุ่นด้วยกัน คือ ทัชแอพ สำหรับ Windows 8 ใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับหน้าจอสัมผัส และเดสก์ท็อปแอพแบบดั้งเดิม (สำหรับ Windows 8 ที่ไม่มีอินเตอร์เฟซสัมผัส)

แอพ SkyDrive รุ่นทัช จะเป็น SkyDrive เวอร์ชั่นที่รวดเร็วและราบรื่น ช่วยให้ทำงานได้ว่องไว ง่ายดาย และแม้แต่สนุกสนาน (อาจจะ) ในการเลือกและเปิดดูไฟล์ของคุณ และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ คุณจะสามารถใช้ SkyDrive จากแอพ Windows 8 ใหม่ใด ๆ ได้ผ่านทาง File Picker และ Share Charm ใหม่ ของ Windows 8

DF5F816110174817D811795D2292C

พรีวิว แอพเดสก์ท็อป SkyDrive ตามที่เห็นในบล็อกของไมโครซอฟท์

ได้มีการพูดถึงแอพเดสก์ท็อป SkyDrive ในบล็อกโพสต์นี้ต่อว่า "เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า เรากำลังจะปล่อยแอพเดสก์ท็อปออกสู่ตลาด ประโยชน์นั้นชัดเจนมาก คือ สามารถอัพโหลดและดาวน์โหลดไฟล์จาก SkyDrive ได้ง่าย ๆ เพียงแค่จับลากไปใส่เท่านั้น คุณยังสามารถเข้าถึงไฟล์ได้ทุกที่ แม้เมื่อไม่ได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และยังมีขุมพลังจาก Windows Explorer ช่วยในการจัดการไฟล์และแฟ้มของคุณอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะมีพร้อมใน SkyDrive บนเดสก์ท็อป แอพ เดสก์ท็อปยังไม่มีพร้อมให้ดาวน์โหลด

แฟนพันธุ์แท้ของไมโครซอฟท์จะไม่ประหลาดใจเลยที่รู้ว่า แอพใหม่นี้มีที่มาจากสิ่งที่ไมโครซอฟท์ได้เรียนรู้จากเทคโนโลยี Mesh และ FolderShare/Sync ของตนเอง

นอกจากนี้ยังมีของดีมาในรูปต่างๆ อีกด้วย: "แอพนี้มีตัวติดตั้งที่มีขนาดเพียง 5MB และใช้เวลาติดตั้งเพียง 10 วินาทีเท่านั้น คุณต้องทำการติดตั้งเพียงหนึ่งครั้งต่อเครื่องเท่านั้น เนื่องจาก SkyDrive จะคอยอัพเดตตัวเอง เมื่อติดตั้งแล้ว SkyDrive ทั้งหมดของคุณจะเริ่มทำการซิงค์แฟ้มที่คุณเลือก (แฟ้มที่เป็นค่ากำหนดตั้งต้นจะเป็นแฟ้ม SkyDrive ที่อยู่ใต้แฟ้มผู้ใช้งานของคุณ: %userprofile%\SkyDrive\) และจะคอยอัพเดตการแก้ไขล่าสุดเสมอ เมื่อคุณทำการอัพเดทไฟล์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ไฟล์เหล่านั้นจะถูกอัพโหลดขึ้นสู่บริการCloud โดยทันที และเมื่อมีการแก้ไขไฟล์ ไม่ว่าจะที่บริการCloud หรือบนอุปกรณ์อื่น ก็จะมีการซิงค์กลับลงมาที่เครื่องคอมพิวเตอร์เช่นกัน"

ได้มีการประกาศจำกัดจำนวนพื้นที่เก็บข้อมูลหรือไม่?

ในบล็อกโพสต์ดังกล่าว พูดถึงเรื่องนี้ว่า บัญชี SkyDrive แต่ละบัญชีจะมี "พื้นที่โควต้าที่ใช้งานได้" และจะสามารถเปิดพื้นที่เพิ่มได้

ในด้านการสนับสนุนไฟล์ขนาดใหญ่นั้น SkyDrive จะสนับสนุนไฟล์ที่มีขนาดสูงสุด 2GB ผ่าน Windows Explorer

การเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณทั้งเครื่อง (หรือเรียกลักษณะการทำงานนี้ว่า "Forget something")

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรเอ่ยถึง คือ SkyDrive ไม่เพียงแต่จะซิงค์ไฟล์จากกลุ่มเมฆไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ (และอุปกรณ์อื่นๆ) ของคุณเท่านั้น แต่คุณยังสามารถเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องให้กลายเป็นบริการCloud ส่วนตัวของคุณได้ด้วย ซึ่งก็หมายความว่า คุณจะสามารถเลือกดู เปิดดู และสตรีมไฟล์ที่เก็บอยู่ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน/ที่ทำงาน ด้วยการเปิดจาก SkyDrive.com ได้

การใช้งานในลักษณะนี้ จะหมายความว่า คุณสามารถ "เอื้อมมือ" ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกลซึ่งเปิดใช้ SkyDrive ที่เดสก์ท็อปได้ ทีมงาน SkyDrive ยังได้เปิดเผยอีกว่า พวกเขาได้ทำ "งานพิเศษเพื่อให้สามารถสตรีมวิดีโอทางไกลได้ด้วย" ซึ่งเป็นข่าวดีมากจริงๆ

95A4ED959E18A67C8E4182E359F319

มาตรการรักษาความปลอดภัยพิเศษจะช่วยปกป้องไฟล์ของคุณ

ปกป้องไฟล์ของคุณ

แน่นอนว่า คุณไม่ต้องการให้ใครเจาะเข้าไฟล์และแฟ้มของเราได้ จึงได้มีการเพิ่มขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยพิเศษเพื่อป้องกันการกระทำผิดฝ่าฝืน (โดยเฉพาะเมื่อเป็น SkyDrive ออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์) จะมีการกำหนดให้ใช้แบบพิสูจน์ตัวตนอันที่สอง (ผ่านรหัสที่โทรศัพท์มือถือ หรืออีเมลสำรอง) สำหรับการเข้าใช้งานในรูปแบบนี้

ซิงค์การตั้งค่าของคุณ

การซิงค์การตั้งค่าส่วนตัวของคุณสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 8 อื่น ๆ ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ Windows 8 เริ่มนำมาใช้ มีข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานด้านนี้ ในบล็อกโพสต์อีกอันหนึ่งของไมโครซอฟท์ ลงชื่อใช้งาน Windows 8 ด้วย Windows Live ID

194667AD153E6494D0FCFBE2568C0

ซิงค์การตั้งค่าของคุณใน Windows 8 เวอร์ชั่นพรีวิวสำหรับผู้บริโภค

ทำการเชื่อมโยง Windows Live ID ของคุณกับ Windows 8 จะทำให้เมื่อคุณลงชื่อใช้งานบัญชีของคุณบนเครื่องคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่ใช้ Windows 8 การตั้งค่าที่คุณได้บันทึกไว้ทั้งหมดก็จะถูกเปิดใช้งาน ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมีการตั้งค่าในแบบที่คุณคุ้นเคย ซึ่งจะรวมไปถึงแอพต่างๆ ด้วย: "การตั้งค่าและสถานะสำหรับแอพของคุณจะซิงค์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่คุณใช้อยู่เสมอ ... คุณสามารถที่จะอ่านหนังสือหน้าเดิมต่อ เล่นเกมด่านเดิมต่อ หรือจะดูหนังต่อ เมื่อคุณสลับใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 8 เครื่องอื่น"

ได้มีการผนึกฟังก์ชั่นการค้นหาเข้าไว้ใน Windows 8 อย่างแนบแน่นมากขึ้น

ข้อมูลจาก th.msn.com

วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 22, 2555

วิธีติดตั้ง Windows 8 แบบ Clean Install ลง Win 8 ง่ายๆไม่ง้อช่าง

วิธีติดตั้ง Windows 8 แบบ Clean Install ลง Win 8 ง่ายๆไม่ง้อช่าง

ในการลงวินโดวส์นั้นหลายคนยังมีอาการกลัวอยู่ว่า เดียวจะลงผิดลงถูกทำให้ใช้ไม่ได้ จึงต้องพึ่งช่างตามร้านคอมพิวเตอร์ก็ต้องเสียเงินมากน้อยก็แล้วแต่ร้าน ผมจะมาบอกว่าความจริงแล้วลงวินโดวส์นั้นไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรสำหรับWindows 8 นั้นลงง่ายมากๆ ถึงจะมีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมามากกว่า Windows 7 แต่คงไม่ยากเกินความสามารถของคุณๆ หรอกครับ ยิ่งถ้าเคยลง Windows 7 มาบ้างแล้วยิ่งเป็นการง่าย

วันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีการลง Windows 8 แบบ Clean Install ก็คือแบบล้างเครื่องหรือฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ใหม่กันเลย....มาตามดูครับ

ในที่นี้ผมจะใช้วิธีการติดตั้งจากแผ่น DVD ของ Windows 8 นะครับ

1.ก่อนอื่นใส่แผ่นติดตั้งลงในเครื่องอ่านดีวีดีของคอมพิวเตอร์ ทำการบูตเครื่องให้ไปตั้งไบออสของเครื่องให้บูตจากแผ่นดีวีดีเป็นอันดับแรกซึ่งการเข้าไบออสนั้นส่วนมาก ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็จะกดปุ่ม Del ส่วนแลปทอปก็จะกดปุ่ม F2ให้ดูที่คู่มือของแต่ละเครื่องก็แล้วกัน

เมื่อเครื่องบูตขึ้นมาจนเห็นคำว่า Press any key to boot from CD or DVD... ให้กด ENTER เลยครับ

2.ปล่อยให้เครื่องทำงานไปจนได้จนปรากฎดังภาพ ให้คลิกเลือกรายการตามนี้

  • Language to install : English
  • Time and currency format : Thai(Thailand)
  • Keyboard or input method : ตัววินโดวส์จะเลือกให้เป็น Thai เพราะเห็นว่า Time and currency formatตั้งเป็น Thai ให้เราเลือกกลับมาเป็น US ก่อน เหตุผลเพราะเมื่อติดตั้งเสร็จหน้าล็อกออนเข้าระบบจะเป็นภาษาไทย เราอาจงงได้ในการกรอกชื่อผู้ใช้และพาสเวิร์ด

3.ในหน้าต่าง Windows Setup ให้คลิก Install now เพื่อเริ่มการติดตั้ง Windows 8

4.ในหน้าต่าง License terms คลิกถูก I accept the term license จากนั้นคลิก Next

5.ในหน้าต่าง Which type of installation do you want? ให้เลือกเป็น Custom: Install Windows only (advanced)

6.ในหน้าต่าง Where do you want to install Windows? ให้เลือกฮาร์ดดิสก์หรือพาร์ติชันที่ต้องการติดตั้ง (ในที่นี้เลือก Drive 0) เสร็จแล้วคลิก Next

ข้อควรจำในขั้นตอนนี้

  • ขั้นตอนนี้เราเลือก Drive ที่จะลง Windows8 ส่วนมาก จะลงใน Disk/Drive 0 นะครับ ก็คือ Drive C: ของWindows เรานั้นเอง ระวังให้ดีอย่าลงผิดไดร์ฟนะ ในกรณีที่มีพาร์ติชันมากกว่า 1 พาร์ติชัน

  • ในการ Format Windows ข้อมูลจะหายเฉพาะที่ Drive C นะครับ

สำหรับเครื่องที่มี Windows XP , Windows 7 แล้วจะลงใหม่เป็น Windows 8

1.ให้ทำการ Format Drive ที่เป็นวินโดวส์ตัวเก่าก่อน โดยทำการกด Drive options (advanced) จากนั้นเลือก ไดร์ฟของวินโดวส์เก่าแล้วคลิก Format... ย้ำอีกทีดูดีๆนะครับ ถ้าผิดไดร์ฟข้อมูลในไดร์ฟหายหมดนะ

2. จากนั้นก็เลือก Drive/disk ที่เรา Format ไปจากข้อที่ผ่านมา จากนั้นกด Next

สำหรับเครื่องที่เพิ่งซื้อมาใหม่หรือฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่

1 ให้เราทำการกด Drive options จากนั้นเลือกฮาร์ดดิสก์แล้วคลิก New เพื่อทำการแบ่งพาร์ติชันวินโดวส์ให้แบ่งมาสัก80 -100 GB ก็พอ ( 1GB = 1024 MB)

2 จากนั้น ก็แบ่งส่วนที่เหลือไว้ให้กับ Drive D , E ตามความเหมาะสม

3 ต่อมาให้เลือกไดร์ฟที่จะให้ลงวินโดวส์ โดยทำการคลิกบน Drive/Disk แล้วคลิก Next

7.ระบบจะเริ่มทำการติดตั้ง Windows 8 โดยจะดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ของวินโดวส์ตามนี้ Copying Windows files, Getting files ready for installation, Installing features, Installing updates และ Finishing upให้รอจนการติดตั้งแล้วเสร็จ ก็ประมาณ 15 - 20 นาที ขึ้นอยู่กับเครื่องว่าแรงขนาดไหน

8.เมื่อ Windows 8 ติดตั้งเรียบร้อย เครื่องจะรีสตาร์ท 1 ครั้ง

9.หลังจากทำการติดตั้งแล้วเสร็จ Windows จะทำการรีสตาร์ทเครื่อง 1-2 รอบ จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างPersonalize ให้ทำการเลือกสีของ Background และกำหนดชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใส่ชื่อที่ต้องการในช่อง PC name เสร็จแล้วคลิก Next

10.ขั้นตอนการ Settings ให้เราเลือก Use Express Settings เพื่อทำการตั้งค่าระบบแบบด่วน

11.ในหน้าต่าง Sign in to your PC ให้คลิก Sign in without a Microsoft account แล้วคลิก Next

** ในขั้นตอนนี้จะมีวิธีการ Sign in to your PC อยู่ 2 วิธี ได้แก่ Email Address และ Sign in without a Microsoft account สำหรับในที่นี้ผมขอให้เลือก Sign in without a Microsoft account เพราะสะดวกกว่า ส่วนEmail Address เราต้องต่ออินเตอร์เน็ตและต้องมีอีเมลของ outlook.com หรือ Hotmail.com อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเราสามารถสร้างได้ภายหลังที่เข้าใช้วินโดวส์แล้วก็ได้ **

12.หน้าต่างต่อมาให้คลิก Local account

13.ต่อมาให้กำหนดชื่อผู้ใช้ในช่อง User name แล้วกำหนดรหัสผ่านที่ต้องการ 2 ครั้ง ในช่อง Password และReenter password จากนั้นข้อความช่วยจำรหัสผ่านในช่อง Password hint แล้วคลิก Finish

14.ระบบจะทำการจัดเตรียมระบบตามการตั้งค่า

15.ระบบแนะนำการใช้งานเบื้องต้นจากหน้านี้ก็จะเข้าหน้า Lock on Screen

16.เมื่อมาถึงหน้า Lock on Screen คุณก็พร้อมใช้งาน Windows 8 ได้แล้ว

จบแล้วครับสำหรับการติดตั้ง Windows 8 แบบ Clean Install ผมคิดว่าคงไม่ยากเกินไปสำหรับผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้ในติดตั้งระบบวินโดวส์ด้วยตนเอง ไม่ต้องไปง้อใครหรือเสียตังส์ให้กับช่างคอมพิวเตอร์

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ: Notebookspec