This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

A beautiful Start

It begins here. Windows 8 and Windows RT.

Make the #switch

It’s colourful. Fast. Takes amazing photos. And that’s just for starters... So many reasons to fall in love with the new Nokia Lumia. Then make the #switch.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ pc แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ pc แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์, พฤศจิกายน 27, 2558

อัพเกรดคอมฯของคุณให้เร็วขึ้นแรงขึ้น ด้วยฮาร์ดดิสก์ SSHD จาก SEAGATE

หากคุณใช้คอมแต่เด็กจนถึงวัยทำงาน จะเห็นว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แทบทุกด้านเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก โดยเฉพาะ ฮาร์ดดิสก์ ที่เมื่อก่อนในสมัยปี 2542 มีความจุประมาณ 7GB แต่มาปัจจุบัน ฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่จะจุถึง 500GB-2TB แล้ว เพราะอัตราการดาวน์โหลดไฟล์และการสร้างไฟล์ที่มีขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้น ทั้งภาพนิ่งความละเอียดสูง และไฟล์วีดีโอด้วย

โดยผู้ใช้คอมส่วนใหญ่จะใช้ ฮาร์ดดิสก์ แบบทั่วไปอยู่ ราคาถูก แต่ก็ต้องรับมือกับปัญหาที่การโหลดระบบปฏิบัติการที่ช้าลงไปเมื่อใช้นานๆ และในบางครั้งอาจทำให้เกิด bad sector ในกรณีฮาร์ดดิสก์ได้รับกระทบกระเทือนหนัก หรือเขียนข้อมูลจำนวนมาก

seagate-sshd-review-01

ทาง Seagate ได้ส่ง Seagate Desktop SSHD 2TB มาให้ลองประสิทธิภาพบน PC  ซึ่งน่าสนใจ เพราะปัจจุบันใครที่ซื้อ Notebook รุ่นใหม่ หรือผู้ใช้ Surface ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ความเร็วแรงและอึดของฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ทำให้คอมประมวลผลทำงานรวดเร็วทันใจ แต่คงทราบดีว่าราคา SSD ราคาแพงอยู่

SSHD คืออะไร ?

SSHD ( Solid State Hybrid Drive ) ก็คือ ฮาร์ดดิสก์ ลูกผสมกันระหว่าง SSD และ ฮาร์ดดิสก์ ไว้ใน ลูกเดียวกัน

SSHD ติดตั้งต่างจาก ฮาร์ดดิสก์ ทั่วไปมั้ย ? จากที่ได้ลองใช้งานแล้วปรากฎว่าเหมือนกันเป๊ะ แต่สิ่งที่จะได้รับคือ การรันโปรแกรมตลอดจนการอ่านเขียนข้อมูล เร็วขึ้นกว่าการใช้ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป

หลายท่านรู้และทราบดีว่าตัวเลือกที่ดีและแรงสุดๆก็อยากจะได้ แบบ SSD เลย แต่ราคา SSD ยังแพงอยู่ และได้ความจุน้อยด้วย ดังนั้น SSHD ก็เป็นทางเลือกที่จะได้ความเร็วที่แรงและความจุที่เยอะและราคาคุ้มค่ากว่า แม้ว่าราคาแพงกว่าฮาร์ดดิสก์ธรรมดาระดับนึง และ ความเร็วจะไม่เท่า SSD แต่ประสิทธิภาพโดยรวมแล้วกลับเร็วแรงกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไป และใกล้เคียงกับ SSD

seagate-sshd-review-02

ภาพซ้ายเป็น ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป กับ ภาพขวา SSHD จาก Seagate

คราวนี้จะทดสอบเปรียบเทียบความเร็วและประสิทธิภาพกัน ระหว่าง ฮาร์ดดิสก์ทั่วไปที่คุณเคยใช้ กับ SSHD2TB ในรุ่น Model ST2000DX001 กัน โดยจะใช้เครื่องมือในการทดสอบฮาร์ดดิสก์ ดังต่อไปนี้

seagate-sshd-review-03

สเปคคอม เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 10 เวอร์ชั่นทดสอบรุ่นล่าสุด (แม้ตัว Windows 10 เวอร์ชั่นเต็มออกมาแล้ว แต่ทาง Microsoft ก็ยังออกตัวทดสอบให้ทดลองใช้อย่างต่อเนื่อง)

โดยสิ่งที่จะใช้ทดสอบฮาร์ดดิสก์ มีดังต่อไปนี้คือ

seagate-sshd-review-04

  1. ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows10 รุ่นทดสอบเวอร์ชั่นล่าสุด โดยใช้ USB Flash Drive ในการติดตั้งเพื่อเน้นการวัดการอ่านเขียนข้อมูลฮาร์ดดิสก์ ขณะติดตั้งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  2. ทดสอบความเร็วการเปิดเครื่อง และ shutdown เครื่อง
  3. ทดสอบกับโปรแกรมทดสอบฮาร์ดดิสก์ ถึง 2 ตัว แสดงถึงประสิทธิภาพในการอ่านเขียนข้อมูลบน ฮาร์ดดิสก์

seagate-sshd-review-05

การทดสอบครั้งนี้จะใช้เครื่อง PC ตัวนี้ในการทดสอบ โดย ทั้ง ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป และ SSHD จะถูกลงด้วยระบบปฏิบัติการ Windows10 แบบ Clean Install หรือลงใหม่หมด (ไม่ใช่อัพเกรดเครื่อง) โดยจะเริ่มทดสอบ ทั้ง 3 อย่างผ่านทางตัวฮาร์ดดิสก์ทั่วไปก่อน ซึ่งในขั้นตอนนี้จะทำการ format แล้วลง Windows ใหม่ หลังจากติดตั้งเสร็จ จะทดสอบด้วยโปรแกรมทดสอบความเร็วประสิทธิภาพของฮาร์ดดิสก์แล้ว แล้วทำบันทึกเวลาและถ่ายภาพ Screen Shot ภาพไว้

seagate-sshd-review-06

จากนั้นจะถอดฮาร์ดดิสก์ทั่วไปออก แล้วเสียบ SSHD แทนที่ ฮาร์ดดิสก์ แล้วจับเวลาลองลง Windows 10 แบบ Clean Install ใหม่อีกครั้ง และบันทึกการทดสอบเช่นเดียวกันกับ ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป ซึ่งการติดตั้ง SSHD ก็เพียงนำสายออกจาก ฮาร์ดดิสก์ เดิม มาเสียบกับฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ที่เป็น SSHD

สรุปผลการทดสอบการติดตั้ง Windows  10 ผ่านทาง USB บนคอมตัวเดียวกัน

  • ติดตั้ง Windows 10 ด้วย ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป ใช้เวลา 17 นาที
  • ติดตั้ง Windows 10 ด้วย SSHD ใช้เวลา 12 นาที

การเปิดเครื่องปิดเครื่อง ทดสอบ 3 ครั้ง แล้วเลือกเวลาที่เปิดและปิดเร็วที่สุดของฮาร์ดดิสก์ทั่วไป และSSHD

  • เปิดเครื่อง ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป96 วินาที SSHD 16.63 วินาที
  • ปิดเครื่อง ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป11 วินาที SSHD 12.55 วินาที

ข้อมูลสเปคฮาร์ดดิสก์ บนโปรแกรมทดสอบ

seagate-sshd-review-07

ข้อมูลทั่วไปของ HDD บนโปรแกรม Crystaldiskinfo

seagate-sshd-review-08

ข้อมูลทั่วไปของ SSHD จาก SEAGATE บนโปรแกรม Crystaldiskinfo

ทดสอบการอ่านข้อมูลเขียนข้อมูลครั้งที่ 1

seagate-sshd-review-09

ด้านซ้ายฮาร์ดดิสก์ทั่วไป  กับ ด้านขวา SSHD

ทดสอบการอ่านข้อมูลเขียนข้อมูลครั้งที่ 2

seagate-sshd-review-10

ด้านซ้ายฮาร์ดดิสก์ทั่วไป  กับ ด้านขวา SSHD

ทดสอบฮาร์ดดิสก์ด้วยโปรแกรม TuneHD

seagate-sshd-review-11

ผลการทดสอบการอ่านข้อมูล เขียนข้อมูลบนตัวฮาร์ดดิสก์ทั่วไป  Read 225MB/s  Write 203 MB/s ปล่อยทิ้งไว้นาน 14 นาที

seagate-sshd-review-12

ผลการทดสอบการอ่านข้อมูล เขียนข้อมูลบนตัว SSHD จาก Seagate  Read 439 MB/s  Write 320 MB/s ปล่อยทิ้งไว้นาน 14 นาที

จะเห็นได้ว่าการอ่านและการเขียนข้อมูลนั้น SSHD ของ Seagate จะไวกว่า ฮาร์ดดิสก์ทั่วไปทั้งนี้ตัว SSHD ของ Seagate มีเทคโนโลยี Seagate Adaptive Memory ที่จะจดจำข้อมูลที่ใช้งานบ่อยๆ และบันทึกลงหน่วยความจำ NAND แฟลซ 8GB คุณจึงเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

จากประสบการณ์ที่ได้ลองใช้ทั้ง ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป และ SSHD แล้ว  ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป หากใช้ไปนานๆความเร็วจะลดลงเรื่อยๆเพราะการอ่านเขียนข้อมูลบ่อยๆ แต่ SSHD นั้น สามารถจัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้คอมนานแค่ไหนความเร็วก็ไม่ลดลงแต่อย่างใด และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและความบันเทิงของคุณด้วย เช่น การเล่นเกม 3มิติ ที่รันเกมได้เร็วขึ้น และการตัดต่อวีดีโอระดับ HD ที่สามารถ render เป็นคลิปได้รวดเร็วขึ้น เพราะการอ่านเขียนของ SSHD ที่รวดเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไป ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้เป็น SSHD ก็ส่งผลกระทบต่อการทำงานของคุณที่เร็วขึ้น และดีขึ้นเช่นกัน

seagate-sshd-review-13

หากคุณต้องการ Clone ฮาร์ดดิสก์ตัวเก่า มายัง sshd ตัวใหม่ แต่ยังเป็นผู้ใช้มือใหม่ ทำไม่เป็น ก็สามารถจัดการได้ด้วย DiscWizard  โหลดฟรีจากเว็บ Seagate แล้วทำการโอนถ่ายข้อมูลจาก ฮาร์ดดิสก์ ตัวเก่ามาลง SSHD ได้

seagate-sshd-review-14

โดยสรุปแล้วหากคุณมีคอมฯเครื่องเก่า ที่ยังใช้งานได้ แต่อยากได้ความเร็วที่ดีขึ้น นอกจากจะเพิ่มแรม เปลี่ยนซีพียูแล้ว การเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์จากเดิมเป็นแบบธรรมดา มาเป็น SSHD ก็เป็นอีกทางเลือกนึง เพื่อมาแลกกับความเร็วแรงที่ดีขึ้น และช่วยปกป้องข้อมูลของคุณได้ดีกว่าฮาร์ดดิสก์ทั่วไปด้วย

สำหรับเรื่องราคา เท่าที่สำรวจราคา SSHD ของ SEAGATE ขนาด 1 TB ราคาอยู่ที่ประมาณ 2,590 – 2,950 บาท ส่วน ขนาด 2 TB ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,950 – 4,250 บาท ซึ่งราคาจะแตกต่างกันแล้วแต่ผู้ขายและส่วนลด ดังนั้นท่านผู้อ่านอาจลองสำรวจราคากันดูก่อน

 

ที่มา:it24hrs

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 16, 2558

การแก้ไข AsusSetup iniis lost ของ Windows

Error-Asussetup-1

สำหรับคนที่ใช้ Mainboard ของ ASUS สำหรับคอมพิวเตอร์ประกอบ หรือ Notebook Asus แล้วกำลังเจอกับปัญหาที่ว่าหลังจากที่ทำการเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วจะเกิด Error ที่ขึ้นว่า C:\user\ตามด้วยชื่อ\AppData\local\Temp\xxxxxLog.iniis host

การแก้ไข AsusSetup ของการเปิด Widows

1. ทำการเปิด Task Scheduler ของ Windows  > คลิก ASUS

โดยอาจจะทำการในช่อง Search : Task Scheduler

Error-Asussetup-2

2. จากนั้นจะเห็น Jobs ให้ทำการคลิกขวาแล้วเลือก Disable ให้หมด

Error-Asussetup-3

จากนั้นลองทำการ Restart คอมพิวเตอร์ หลังจากเปิด Windows ขึ้นมาก็จะไม่เจอกับ Error อีกต่อไปแล้วครับ

เครดิต:http://www.itithai.com/article-tips/windows/806-fix-local-temp-error-lost.html

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 24, 2557

20 สิ่งน่ารู้ และเคล็ดลับใน Windows 8.1

20 สิ่งน่ารู้ และเคล็ดลับใน Windows 8.1

คุณอาจจะเห็นว่า Windows 8.1 นั้นหน้าตาคล้ายหรือเหมือนกับ Windows 8 ซึ่งถ้าดูเผินๆ อาจจะเห็นว่าไม่มีอะไรแต่ต่างกันเลย ! แต่จริงๆ แล้วถ้าสังเกตุดีๆ ก็จะเห็นความแตกต่างกันอยู่หลายจุดกันเลยทีเดียว วันนี้เราจึงนำเกร็ดสาระน่ารู้และเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับ Windows 8.1 มาฝากกัน


1. บูทเดสก์ท็อป

Boot desktop

วิธีนี้จะเป็นการบูทหน้าเดสก์ท็อปขึ้นมาหลังจากเปิดเครื่อง แทนที่จะบูทหน้าจอสตาร์ท (หน้า Metro)

ขั้นตอน: 1. ไปที่หน้า Desktop >> 2. ครั้งขวาที่ taskbar และเลือก 'Properties' >> 3. เลือกหัวข้อ Navigation tab >> 4. ให้ติ๊กที่ 'Go to the desktop instead of Start when I sign in'

2. ค้นหาแอพพลิเคชั่น

find apps

หน้าจอสตาร์ท (หน้า Metro) เมื่อเลื่อนไปส่วนของแอพพลิเคชั่น จะมีลูกศรเล็กๆ มุมซ้ายล่างให้คลิก เข้าไปจะแสดงข้อมูลแอพโดยจะเปลี่ยนเป็นเรียงตามชื่อตัวอักศร

3. เปลี่ยนพื้นหลังได้หลากหลาย

wallpapers

สามารถปรับเปลี่ยนพื้นหลังของหน้าจอสตาร์ท (หน้า Metro) กับเดสก์ท็อปให้เหมือนกันได้หรือจะเปลี่ยนเป็นรูปอีกก็ได้

4. ปิดเครื่องอย่างเร่งด่วน

Quick shutdown

ตัววินโดว์ 8.1 จะมีออฟชั่นใหม่ขึ้นมาโดย คลิกที่ขอบมุมซ้ายบนเดสก์ท็อป ซึ่งจะมีเมนูใหม่ขึ้นมา สามารถเลือก Shutdown ได้ทันที

5. เปิด-ปิดตัวค้นหาอันแสนอัจฉริยะ Bing

Configure Smart Search

วิธีนี้จะช่วยค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วด้วยตัวค้นหาอันแสนอัจฉริยะ แต่เมื่อไม่ต้องการ ก็สามารถปิดมันได้เช่นกัน

โดยให้เปิด Settings charm ขึ้นมาแล้วเลือกที่ 'Change PC settings >> Search and apps >> Search' จากนั้นปรับ Off ตรง Bing ครับ

6. ปรับขนาดแอพบนหน้าจอสตาร์ท

App tiles

วิธีนี้สามารถปรับขนาดของแอพบนหน้าจอสตาร์ทได้ด้วย โดย 1. คลิกขวาบนกรอบแอพที่ต้องการ 2. เลือก Resize จากนั้นเลือกขนาดที่ต้องการ

7. ล็อคหน้าจอสไลด์โชว์

Lock screen slideshows

สามารถทำหน้าล็อคหน้าจอให้เป็นแบบสไลด์โชว์ได้โดย เลือก Setting >> PC and devices >> Lock screen

8. ตั้งชื่อกรุ๊ป

Name app groups

สามารถตั้งชื่อกรุ๊ปแอพต่างๆ บนหน้าจอสตาร์ท (หน้า Metro) ได้โดยการ คลิกขวาที่หน้าจอสตาร์ท >> เลือก Customise to bring up the labels

9. ปรับขนาดหน้าจอ

10

ปรับหน้าจอได้ทันทีที่หน้าจอสตาร์ท (หน้า Metro) โดยไม่ต้องเข้าไปที่เดสก์ท็อป หรือคอนโทรลพาเนลเลย

ขั้นตอน: 1. คลิกที่ 'Settings' >> 2. เข้าไปที่ 'Change PC settings' และเลือก 'Display'

10. เอา Hot Corner ออก

Disable hot corners

วิธีนี้ถ้าไม่ต้องการแถบเครื่องมือที่อยู่ด้านขวาของเทสก์ท็อป ก็สามารถนำมันออกไปได้เช่นกัน

โดยไปที่ 1. 'Setting' >> 2. 'PC and devices' >> 3. 'Corners & edges'

11. IE11 โหมด Reading View

IE11 Reading View

Internet Explorer 11 หรือเรียกว่า IE11 จะติดมาพร้อมกับวินโดว์ 8.1 ซึ่งจะมีฟีเจอร์ใหม่ๆเข้ามาเพิ่ม หนึ่งในนั้นคือโหมด Reading View

สามารถเข้าใช้ได้โดย คลิกที่ ไอคอนหนังสือ บนฝั่งขวาของ  Address bar

12. การใช้งานแอพพร้อมกัน

App docking

ในวินโดว์ 8.1 นี้สามารถเปิดใช้แอพพร้อมกันโดยแบ่งหน้าจอไว้ที่ตรงกลางได้แล้ว

13. การเก็บข้อมูลไปที่ SkyDrive

Save to SkyDrive

ขั้นตอน: 1. เปิด Change PC Settings screen >> 2. เข้าไปที่ SkyDrive และเลือกเมนู Files

14. แถบ Libraries Link

15

ในวินโดว์ 8.1 จะไม่โชว์แถบ Libraries Link มาเหมือน วินโดว์ 7 แต่ยังสามารถนำมันกลับมาได้เช่นกัน

ขั้นตอน: 1. เปิดเมนู View >> 2. คลิกที่ Navigation pane และเลือก 'Show Libraries'

15. นาฬิกาปลุกอัจฉริยะ

Sound the alarm

นาฬิกาปลุกที่สามารถตั้งได้หลายเวลา และกำหนดเสียงปลุกเองได้

16. เครื่องคิดเลขอัจฉริยะ!

Quick calculations

เครื่องคิดเลขที่ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้นกับฟังชั่นใหม่ๆ

17. อัพเดทแอพพลิเคชั่นอัตโนมัติ

App updates

ไม่จำเป็นต้องมานั่งกดอัพเดทเองอีกแล้ว วินโดว์ 8.1 เขามีฟังชั่นคุณชายมานำเสนอ ซึ่งจะช่วยอัพเดทแอพให้อัตโนมัติ

สามารถเปิด-ปิด การใช้งานได้ใน Setting บน Store App

18. การเปิดใช้ System Image Backup

Create a system image backup

ขั้นตอน: 1. เข้าไปที่ Desktop >> Control Panel >> 2. เข้า System and Security และเลือก File History pane

เมื่อทำการเปิดแล้ว System Image Backup link จะปรากฏตรงมุมซ้ายมือด้านล่าง

19. แอพแต่งภาพ

Edit your pictures

แอพแต่งภาพที่มาพร้อมกับฟังชั่นช่วยแต่งภาพ ที่ช่วยให้ทำงานสะดวกมากขึ้น

20. แอพช่วยเหลือ

Get more help

การใช้งานวินโดว์ 8.1 อาจจะดูไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้ เลยมีแอพช่วยเหลือที่ให้สามารถเข้าใจและใช้ได้ง่ายขึ้น

ที่มา : http://www.techradar.com/news/software/operating-systems/windows-8-1-tips-tricks-and-secrets-1188599http://tips.thaiware.com/188-Windows-8-1-Tip-Tricks-and-Secrets.html

วันอังคาร, พฤศจิกายน 19, 2556

Microsoft ปล่อย Office remote แอพสำหรับการควบคุมไฟล์ Microsoft Office 2013 ผ่าน Windows phone 8 ของคุณ สุดยอดเครื่องมือสำหรับการนำเสนองาน

Microsoft ปล่อย Office remote แอพสำหรับการควบคุมไฟล์ Microsoft Office 2013 ผ่าน Windows phone 8 ของคุณ สุดยอดเครื่องมือสำหรับการนำเสนองาน

สำหรับผู้ใช้งานมือถือ Windows phone 8 หลายๆคน (เช่นผม เป็นต้น) คงจะมีคำถามและความต้องการลึกๆว่า อยากควบคุมไฟล์นำเสนออย่าง PowerPoint ด้วยมือถือ Windows phone 8 ของตัวเองตอนที่เราต้องนำเสนองานให้กับผู้ชมครับ ซึ่งถ้าลองนึกภาพว่าเราสามารถนำเสนอไฟล์ PowerPoint บนหน้าจอโปรเจคท์เตอร์ได้ และสามารถเลื่อนสไลด์ไปหน้าต่อไปผ่านหน้าจอมือถือของเราโดยไม่ต้องใช้เมาส์ ก็คงจะเท่ไม่น้อย
วันนี้ความฝันของท่านเป็นจริงแล้วครับ

overview_orangetitle_small

Microsoft ได้ปล่อยแอพตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Office Remote ออกมาครับ ซึ่งคุณสมบัติของมันก็ตามชื่อเลยครับคือ การใช้มือถือ Windows phone 8 ของเราเป็นรีโมทสำหรับการควบคุมโปรแกรม Microsoft Office บนเครื่องคอมพิวเตอร์

อ่านไม่ผิดครับ เพราะไม่ได้แค่ใช้ควบคุมโปรแกรม PowerPoint เท่านั้น แต่เจ้าแอพ Office remote ยังสามารถควบคุมโปรแกรมอื่นๆอย่าง Microsoft Word และ Microsoft Excel ได้อีกด้วย

มาดูคุณสมบัติของเจ้า Office remote กันครับ

สำหรับควบคุมโปรแกรม Microsoft PowerPoint

1. สามารถเลื่อนสไลด์ไปยังหน้าต่อไป, ก่อนหน้า, หน้าแรกสุด หรือหน้าสุดท้ายได้

2. ดูหน้าจอ Slide thumbnail หรือหน้าจอแสดงหน้าสไลด์ทั้งหมด และแตะที่หน้าจอที่ต้องการนำเสนอเพื่อเรียกหน้าจอนั้นให้แสดงที่โปรเจคเตอร์ได้

office remote app_4

3. ดูส่วน Speaker note หรือโน้ตสำหรับผู้นำเสนอที่เราสร้างเอาไว้ได้บนหน้าจอมือถือของเรา

office remote app_3

4. ดูเวลาที่ใช้ในการนำเสนอไปแล้ว และหน้าของสไลด์ปัจจุบัน (ตามรูปด้านบน)

5. มีส่วน Laser pointer ที่เราสามารถใช้แทน pointer เพื่อชี้จุดที่เราต้องการเน้นให้ผู้ชมเห็นได้ (ฟังก์ชั่นนี้สุดยอดมากครับ และจากที่ผมทดสอบความเร็วในการตอบสนองอยู่ในระดับที่ดีมาก)

จุดแดงๆในรูปคือ Laser Pointer นะครับ ซึ่งเจ้า Pointer นี้ก็จะปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโปรเจคเตอร์ด้วยเช่นกัน

จุดแดงๆในรูปคือ Laser Pointer นะครับ ซึ่งเจ้า Pointer นี้ก็จะปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโปรเจคเตอร์ด้วยเช่นกัน

สำหรับควบคุมโปรแกรม Microsoft Excel

1. สามารถเปลี่ยนหน้า Worksheet ได้โดยการปัดหน้าจอไปทางซ้ายหรือขวา

2. ใช้งานคุณสมบัติ Slicer, PivotTable และการ Filter ข้อมูลต่างๆได้

3. เลื่อนตำแหน่งไปยัง name object บน worksheet ของเราได้

office remote app_6

4. เลื่อนหน้าจอ worksheet ของเราขึ้นหรือลงได้ตามต้องการ

5. ซูมเข้า-ออกภายในหน้าจอ worksheet

สำหรับควบคุมโปรแกรม Microsoft Word

1. เลื่อนตำแหน่งไปยังส่วน Heading ในไฟล์เอกสาร

office remote app_5

2. เลื่อนตำแหน่งไปยังส่วน comment ต่างๆในเอกสาร

3. เลื่อนหน้าจอเอกสารของเราขึ้น หรือลงได้ตามต้องการ

4. เลื่อนบรรทัดทีละบรรทัด

5. ซูมเข้า-ออกภายในหน้าจอเอกสาร

จากคุณสมบัติทั้งหมดที่มีในแอพ Office remote นั้นจะเห็นได้ว่า จุดเด่นจริงๆของเจ้าแอพนี้อยู่ที่ส่วนการควบคุมไฟล์นำเสนอหรือไฟล์ PowerPoint นั่นเองครับ

ความต้องการของแอพ

สำหรับการใช้งานแอพ Office remote เพื่อควบคุมโปรแกรม Microsoft Office บนคอมพิวเตอร์ของเราอย่างสมบูรณ์นั้น สิ่งที่เราต้องมี มีดังต่อไปนี้ครับ

1. โทรศัพท์มือถือ Windows phone 8 ยี่ห้อใดก็ได้ และต้องติดตั้งแอพ Office remote ซึ่งดาวน์โหลดได้จากที่นี่ครับ

(ต้องเปลี่ยน store เป็น US ครับ ผมทดสอบกับ 720 แล้วหลังการเปลี่ยน Store สามารถดาวน์โหลดได้ปกติครับ
การเปลี่ยน Store ทำได้โดยการไปที่เมนูการตั้งค่า–>ภาษา+ภูมิภาค จากนั้นให้เปลี่ยนตรงตัวเลือกที่ 2-3 (ประเทศ/ภูมิภาค และ รูปแบบภูมิภาค) ให้เป็น สหรัฐอเมริกาทั้งคู่ก่อนครับจากนั้นจะเจอตัวเลือกให้เรารีสตาร์ทโทรศัพท์ 1 ครั้ง)

Download: Office remote for Window Phone 8

QR Code:

Office remote qr

2. เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี Bluetooth จะเป็น notebook, PC หรือ Tablet Windows 8 ก็ได้

3. โปรแกรม Microsoft Office 2013 (ไม่รองรับ Office ที่เวอร์ชั่นต่ำกว่านี้ครับ)

4. ติดตั้ง plugin Office remote (ดาวน์โหลดได้จากที่นี่)

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ขั้นตอนการใช้งานคร่าวๆมีดังนี้ครับ

1. เปิดบลูทูธทั้งบนมือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์ จากนั้นจับคู่อุปกรณ์ทั้ง 2 ให้เรียบร้อย

2. เปิดโปรแกรม Microsoft Office บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการใช้งาน (ต้องติดตั้ง plug-in เรียบร้อยแล้วนะครับ) จากนั้นมองหา ribbon ที่ชื่อว่า Office remote จากนั้นจะเจอตัวเลือกเปิดใช้งาน Office remote ตามรูปครับ

Microsoft Office Add-in

3. เมื่อเปิด plugin แล้วให้ไปเปิดแอพ Office remote บนมือถือของเรา จากนั้นรอสักครู่ ไฟล์นำเสนอของเราก็จะพร้อมสำหรับการนำเสนอแล้วครับ

office remote app_3

เรียกได้ว่านี่เป็นแอพที่คนทำงานหลายๆคนรอคอยเลยครับ จากที่ผมได้ทดสอบมาประมาณ 1 ชั่วโมงพบว่า การใช้งานนั้นน่าประทับใจมาก การนำเสนอไฟล์ PowerPoint และการใช้ Laser Pointer สามารถใช้งานได้สมบูรณ์เลยทีเดียว

 

เครดิต:appdisqus

วันอังคาร, ตุลาคม 01, 2556

IT: Apple โค่นแชมป์ Coca Cola ขึ้นแท่นแบรนด์มูลค่าสูงที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก

IT อัพเดทข่าวล่าสุดกับ TechXcite ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับเฮีย Tim Cook และพลพรรคค่ายApple ที่ได้เฮฮาปาจิงโกะกันอย่างเต็มที่หลังจากที่ยักษ์ใหญ่จาก Cupertino, California ได้กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้วอย่างสง่าภาคภูมิ

โดยผลการสำรวจของ Interbrand บริษัทให้คำปรึกษาด้านแบรนด์ที่ทำเป็นประจำทุกปีได้เปิดเผยว่า Apple มีมูลค่าของแบรนด์ในปัจจุบันสูงถึง $98,316 ล้านเหรียญสหรัฐและก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์คนใหม่ครั้งแรกในรอบเกือบๆ 10 ปีแทนที่แบรนด์เดิมที่เหนียวแน่นมายาวนานอย่าง Coca Cola ที่ตกไปอยู่ในอันดับ 3 ด้วยมูลค่าเพียงแค่ $79,213 ล้านเหรียญ ซึ่งก็ต้องถือว่าห่างจากที่ 2 คือทางด้านของ Google ที่มูลค่า $93,291 ล้านเหรียญสหรัฐอยู่ไกลทีเดียว

ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่าใน 20 อันดับแรกของแบรนด์มูลค่าสูงที่สุดในโลกนั้นก็มีรายชื่อของบริษัทไอทีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องในตลาดนี้อยู่พอสมควรทีเดียวไม่ว่าจะเป็น IBM, Microsoft, Samsung, Intel, Cisco, HP, Oracleหรือ Amazon เป็นต้น ซึ่งทุกท่านสามารถเข้าไปชมรายละเอียดของทั้ง 100 อันดับกันได้ที่เว็บไซต์Interbrand ด้านล่างนี้เลยครับ :)

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

ที่มา: interbrand, kerrysoup

วันอังคาร, มิถุนายน 19, 2555

LINE สำหรับ Windows Phone ดาวน์โหลดได้แล้ว

Line นับว่าเป็นแอพฯที่ฮิตติดลมบนพอสมควร มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ซึ่งทางผู้พัฒนาเองก็ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องมีอัพเดทบ่อยๆ และรองรับแพลตฟอร์มต่างๆ ได้ครอบคลุมมากขึ้น จากที่ผ่านมามี Line ในระบบ iOS, Android และ บน PC

Line-for-Windows-Phone

ล่าสุดทางผู้พัฒนาก็ได้ออกเวอร์ชั่นสำหรับ Windows Phone ออกมาให้ดาวน์โหลดไปใช้กันได้ฟรีๆ โดยคุณสมบัติและฟีเจอร์ของ LINE บน Windows Phone ยังไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆ แต่มีจุดเด่นที่หน้าจอของแอพฯเป็นแบบ Metro UI

 Line-for-Windows-Phone-1  Line-for-Windows-Phone-2