This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

A beautiful Start

It begins here. Windows 8 and Windows RT.

Make the #switch

It’s colourful. Fast. Takes amazing photos. And that’s just for starters... So many reasons to fall in love with the new Nokia Lumia. Then make the #switch.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Facetime แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Facetime แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 05, 2555

รู้หรือไม่ ผู้ใช้ facebook ถูกเปลี่ยนให้แสดงอีเมล์บนหน้าโปรไฟล์เป็น @facebook.com แล้ว…วิธีเปลี่ยนกลับทำอย่างไร

หากใครชอบดูหน้าประวัติของเพื่อนๆบน facebook โดยเฉพาะในส่วนของอีเมลล์ ที่ตามปกติมักจะเห็นหน้าแสดงอีเมลล์ส่วนตัวอย่าง @Hotmail.com , @gmail.com หรือ @yahoo.com หรือเมลล์อื่นๆในหน้าโปรไฟล์ของ facebook แต่.. เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา facebook ได้ปรับเปลี่ยนให้เหลือแสดงแค่ @facebook.com เท่านั้น โดยเปลี่ยนแทบทุกบัญชีใน facebook เลย

บางคนก็อาจ ok พอใจ  ได้ปิดบังเมลล์ส่วนตัว แต่ก็มีหลายท่านที่ต้องการแสดงที่อยู่อีเมลล์ส่วนตัวของตัวเองไว้เพื่อกรณีติดต่องานสำคัญเป็นต้น ซึ่งเราสามารถแก้ให้แสดงอีเมลล์ส่วนตัวของเราได้ตามปกติได้ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

เข้าหน้า Facebook Profile ของคุณ แล้วเลือกคลิกที่ที่ “เกี่ยวกับ” ซึ่งอยู่ตรงบริเวณใต้ภาพประจำตัวของเรานี่เอง

จากนั้นก็เลื่อนหน้าจอลงมาดูที่ข้อมูลในส่วน ข้อมูลติดต่อ จะพบว่าในส่วนโชว์อีเมลล์ของเรายังแสดงเป็น username@facebook.com อยู่ ไม่มีรายชื่อเมลล์ส่วนตัวที่เคยใส่อย่าง @hotmail , @yahoo , @gmail และเมลล์อื่นๆเลย วิธีให้กลับมาแสดงเหมือนเดิม ให้คลิกไปที่ แก้ไข ดังรูปภาพบน

จะเห็นได้ว่าพบอีเมลล์ @hotmail ซึ่งเป็นเมลล์ส่วนตัวแล้ว เพียงแค่ไม่แสดงในหน้าโปร์ไฟล์ เพราะ Facebook ได้ซ่อนเมลล์นี้นี่เอง (ตามวงกลมสีชมพู) ให้คลิกตามวงกลมสีชมพูนี้จะพบรายการย่อย

จะพบเมนูรายการย่อยว่าเมลล์ Hotmail ของเราอยู่ในสถานะซ่อนจากไทม์ไลน์ นี่เอง ให้เลือกกลับมาที่ แสดงบนไทม์ไลน์ แล้วคลิก บันทึก เพียงเท่านี้อีเมลล์ส่วนตัวอย่าง Hotmail ก็จะมาแสดงบนหน้าโปรไฟล์ของเราเหมือนเดิมแล้ว

ข้อมูลจาก Gizmodo iT24Hrs

วันอาทิตย์, มิถุนายน 24, 2555

ทำ Facetime บน iPad2, iPhone4 ได้แม้ไม่มี Wi-Fi

Facetime เป็นการติดต่อสื่อสารกันในรูปแบบวีดีโอคอล (คุยแบบเห็นหน้า)  โดยไม่ต้องพึ่งเครือข่าย 3G แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่างในการใช้ Facetime คือ ต้องใช้ผ่านเครือข่าย WiFi เท่านั้นหากไม่มีสัญญาณ Wi-Fi ก็จะไม่สามารถใช้Facetimeได้  แม้ iPad2 จะอยู่ในสัญญาณ 3G ก็ตาม เพราะทาง Apple บังคับให้ใช้ผ่านทาง Wi-Fi เท่านั้น แต่… ถ้ามี iPhone4 กับ มีโทรศัพท์android ,  แท็ปเล็ต Android นำมาทำ wifi hotspot ก็สามารถใช้ facetime ได้ ด้วยวิธีต่างๆดังนี้

วิธีที่ 1 ใช้ตัว MiFi กระจายสัญญาณ Wi-Fi ให้ iPad2 สามารถ Facetime ได้

1. ใช้ Mifi ของคุณ ใส่ซิม 3G เข้าไปใน MiFi พาไปที่พื้นที่บริการที่มี 3G
(ทดลองกับซิมที่เป็น edge/gprs แล้ว ระบบอนุญาติให้ทำ facetime ได้ แต่ภาพแทบไม่ขยับ จึงไม่แนะนำให้ใช้เพราะความเร็วไม่เพียงพอ)

2. เปิดการทำงานของ Mifi กระจายสัญญาณWifi ในความเร็วแบบ 3G

3. เปิด iPad2 เข้าโหมดเปิด Wi-Fi เลือกรับสัญญาณ จากตัว Mifi   แค่นี้ก็ Facetime ได้แล้ว

วิธีที่ 2 ใช้ Personal Hotspot ผ่าน iPhone4 ของคุณ

เนื่องจาก iOS 4.3 สำหรับ iPhone4 นั้นสามารถกระจายสัญญาณ Wi-Fi ได้ด้วย ก็สามารถช่วยให้ iPad2 เล่น Facetime ได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. โทรศัพท์มือถือ iPhone4 ต้องใส่ซิม 3G
(ทดลองกับซิมที่เป็น edge/gprs แล้ว ระบบอนุญาติให้ทำ facetime ได้ แต่ภาพแทบไม่ขยับ จึงไม่แนะนำให้ใช้เพราะความเร็วไม่เพียงพอ)

2.  อัพเกรด Firmware ของ iPhone4  ให้เป็น iOS 4.3

3. เดินเข้าเขตพื้นที่บริการ 3G เปิดการเชื่อมต่อข้อมูล 3G  บน iPhone4

4. เข้าเมนู Setting เลือก Personal Hotspot  เปิดการทำงาน Personal Hotspot บน iPhone4 เพื่อกระจายสัญญาณ Wifi ในความเร็วบน 3G ของตัว iPhone4

5. เปิด iPad2 เข้าโหมดเปิด Wi-Fi เลือกรับสัญญาณจาก Personal HotSpot ของ iPhone4

iPad2 ก็เริ่ม Facetime ได้โดยมี iPhone4 กระจายสัญญาณ Wi-fi เป็นเพื่อนคู่ใจกับ iPad2 ได้เป็นอย่างดี

วิธีที่ 3 ใช้ Wi-Fi Hotspot จาก โทรศัพม์มือถือและแท็ปเล็ต Android

ทั้งโทรศัพท์มือถือ และแท็ปเล็ต ที่มีระบบปฏิบัติการ Android 2.2 , 2.3 , 2.4 , 3.0 ก็สามารถกระจายสัญญาณ Wi-Fi ช่วยให้ iPad2 เล่น Facetime ได้ด้วย โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. โทรศัพท์มือถือ หรือ แท็ปเล็ต จะต้องมีระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 2.2 , 2.3 , 2.4 และ 3.0 และรองรับคุณสมบัติ 3G

2. ใส่ซิม 3G ลงไปในโทรศัพท์มือถือ หรือ แท็ปเล็ต
(ทดลองกับซิมที่เป็น edge/gprs แล้ว ระบบอนุญาติให้ทำ facetime ได้ แต่ภาพแทบไม่ขยับ จึงไม่แนะนำให้ใช้เพราะความเร็วไม่เพียงพอ)

3. เปิดเครื่องแล้ว เปิดการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ 3G

4. กดเข้าเมนูเลือก setting >> แล้วเลือก Wireless And Network   และ เปิด  Mobile AP หรือ Portable  Wi-Fi Hotspot เพื่อเปิดการทำงาน Wi-Fi Hotspot บนโทรศัพท์มือถือ Android กระจายสัญญาณ WiFi ไปยังเครื่องรับ wi-fi ต่างๆ

5.เปิด iPad2 เข้าโหมดเปิด Wi-Fi เลือกรับสัญญาณจาก Wi-Fi HotSpot ของโทรศัพท์มือถือและแท็ปเล็ต ที่เป็น Android

iPad2 ก็สามารถเล่น Facetime ได้ผ่านอุปกรณ์มือถือและ แท็ปเล็ต ที่เป็น Android ได้ดี (เข้ากันได้จริงๆ)

ทั้งตัว Mi-Fi และ รวมทั้ง smartphone ที่มีคุณสมบัติเป็น Wi-Fi Hotspot นี้  นอกจากจะสามารถใช้ร่วมกับโทรศัพท์มือถือ iPhone4  iPod Touch และ iPad เพื่อทำการ Facetime แล้ว ยังสามารถแชร์สัญญาณ wifi นี้  ให้กับอุปกรณ์อื่นๆที่รองรับด้วย Wi-Fi เช่น กล้อง , Notebook , โทรศัพท์มือถือ เหมือนคุณมีสัญญาณ Internet เคลื่อนที่ติดตัวตลอดเวลา และแบ่งปันสัญญาณ wi-fiของเราให้เพื่อนร่วมทีม สามารถใช้เน็ตได้

 

เครดิต: it24hrs