This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

A beautiful Start

It begins here. Windows 8 and Windows RT.

Make the #switch

It’s colourful. Fast. Takes amazing photos. And that’s just for starters... So many reasons to fall in love with the new Nokia Lumia. Then make the #switch.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Tuesday, July 12, 2011

วิธีการ Format เครื่อง Nokia

คราวที่แล้วพูดถึงเรื่องการรีเซ็ตกันไปแล้วมาคราวนี่ก็เลยจัดหนักให้โดยการฟอร์แมตกันไปเลยเหมือนร้านซ่อมยังไงยังงั้นครับ...ไปดูกัน

วิธีการ Format เครื่อง Nokia

Edit TitleEdit Detailวิธีการ Format เครื่อง จนถึงการลงโปรแกรม ที่พวกร้านมือถือ เขารับลงกัน
Nokia นะครับ

การ Hard Reset ก็เหมือนการลง Window ใหม่น่ะครับ ต่างกันตรงที่ว่า โทรศัพท์จะมี OS ซิมเบี้ยนอยู่แล้ว อยู่ใน ROM ลองทำตามนี้ครับ..

1. การ Hard Reset
- ก่อนทำต้องปิดเครื่องถอด Memory Card หรือ MMC ออกเสียก่อน และต้องแน่ใจว่าท่านได้ Backup ข้อมูลสำคัญไว้แล้ว ในกรณีที่ต้องการเก็บไว้น๊ะครับ
- กด *#7370# เครื่องจะถาม Security Code (5 หลัก) ถ้าเป็นเครื่องที่ยังไม่เคยเปลี่ยนรหัส ค่าเดิมจะเป็น 12345 ให้พิมพ์ใส่เข้าไปแล้วกดตกลง เครื่องจะถามยืนยันและ Restart ให้.. รอสักครู่ประมาณ 30-40 วินาที
- เครื่องจะให้ตั้งเวลาและวันที่ใหม่ เสร็จขั้นตอนการ Hard Reset ท่านจะได้เครื่องใหม่ๆ พร้อมโปรแกรมมาตรฐานเหมือนออกมาจากโรงงานเลยครับ.. จบขั้นตอนการ Hard Reset . การ Hard Reset
- ในกรณีที่ท่านได้ลงภาษาไทยไว้ เช่น SmartThai, PKeyPop, Thai9 หรือ ZThai ให้ทำการปิดโปรแกรม Disable หรือ Deactivate โปรแกรมเหล่านั้นออกไปก่อน.. เพราะถ้าไม่ทำการปิดโปรแกรม การ Hard Reset จะไม่สมบูรณ์ คือจะมีโปรแกรมต่างๆคงค้างอยู่ในเครื่องอีก
- ปิดเครื่องถอด Memory Card หรือ MMC ออกเสียก่อน และต้องแน่ใจว่าท่านได้ Backup ข้อมูลสำคัญไว้แล้ว ในกรณีที่ต้องการเก็บไว้น๊ะครับ
- กด *#7370# เครื่องจะถาม Security Code (5 หลัก) ถ้าเป็นเครื่องที่ยังไม่เคยเปลี่ยนรหัส ค่าเดิมจะเป็น 12345 ให้พิมพ์ใส่เข้าไปแล้วกดตกลง เครื่องจะถามยืนยันและ Restart ให้.. รอสักครู่ประมาณ 30-40 วินาที
- เครื่องจะให้ตั้งเวลาและวันที่ใหม่ เสร็จขั้นตอนการ Hard Reset ท่านจะได้เครื่องใหม่ๆ พร้อมโปรแกรมมาตรฐานเหมือนออกมาจาก” โรงงานเลยครับ..” จบขั้นตอนการ Hard Reset

2. การ Format MMC
- หลังจาก Hard Reset เครื่องแล้วก็ให้ปิดเครื่องแล้วเอา MMC ใส่เข้าไปเปิดเครื่อง
- กรณีที่ 1 ไม่มี error message “System error” ก็เข้าไป Format MMC ได้เลย โดยเข้าไปหา ICON “Memory” เรียกโปรแกรม Memory เข้าไปกด Options => Format mem. card กด confirm เป็นอันเสร็จการ Format MMC
- กรณีที่ 2 เกิด “System Error” ตอนเปิดเครื่อง.. ให้ปิดเครื่องอีกครั้ง.. ก่อนจะเปิดเครื่อง
- เราจะมาทำการ Startup Bypass ก็คือจะทำให้เครื่องเปิดโดยไม่ run program ใดๆขึ้นมาซึ่งจะเป็นสาเหตุของการเกิด System Error..
วิธีการ ก่อนเปิดเครื่องให้กดปุ่มรูป “ดินสอ” ค้างไว้ด้วยแล้วจึงไปกดปุ่ม Power โดยที่มือต้องไม่ปล่อยจากปุ่ม “ดินสอ” รอจนกว่าเครื่องจะ Start จนเสร็จครับ
- ถ้าเครื่อง Start ผ่านก็เข้าไป Format MMC เหมือนวิธีข้างบน
- ถ้าเราไม่สามารถ Format MMC ด้วยวิธีใดๆได้ เราต้องอาศัย MMC CardReader ช่วยในการ Format โดยถอด MMC ไป Format ที่ CardReader ที่เครื่อง Computer ทั่วไป

Code ลับ ของโทรศัพท์มือถือ NOKIA ไว้เพื่อคนที่ยังไม่รู้
สำหรับคนทีรู้ก็ผ่านได้เลยครับถ้าผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะครับ

*#06# ดู IMEI ของเครื่อง

*#0000# หรือ *#9999# ดู Firmware version

*#92702689# ดูข้อมูลเดือนปีที่ผลิต และเวลาการใช้งานของเครื่อง ( บางรุ่น ) แต่ไม่สามารถใช้ใน symbian s’60

#pw+1234567890+1 Provider lock status

#pw+1234567890+2 Network lock status

#pw+1234567890+3 Provider lock status

#pw+1234567890+4 SimCard lock status

โดย p w คือ รหัสโทรศัพท์ : 12345 และ 1234567890 – คือเลขรหัส ซึ่งขึ้นกับ IMEI ของเครื่อง ( สอบถามได้จากผู้จำหน่าย )

*#2820# ตรวจสอบ Bluetooth MAC Address

*#7780# การทำ Soft Reset คือการ Restore ini files จาก rom แต่ข้อมูลบนเครื่องจะไม่ถูกลบ เมื่อทำการ Soft Reset ต้องกดรหัสป้องกัน 12345 ( Symbian phone )

*#7370# การทำ Hard Reset คือการ Re-format C : drive ข้อมูลทุกอย่างจะหายหมด
เมื่อทำการ Hard Reset ต้องกดรหัสป้องกัน 12345 ( Symbian phone )

*#7370925538# การลบข้อมูลทั้งหมดใน Wallet ต้องกดรหัสป้องกัน 12345

*#62209526# กดดู WLAN MAC Address ใช้ได้กับ WiFi Phone ของ Nokia ทุกรุ่น ซึ่ง code ลับดังกล่าวนี้ก็สามารถช่วยให้เราตรวจสอบการใช้งานของเครื่องได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยๆ เลข IMEI ของเครื่องที่แสดงที่แสดงที่หน้าจอตรงกับหลังเครื่อง ( ใต้แบตเตอรี ) และข้างกล่องใช่หรือไม่ล่ะครับ

*#06#
ตรวจสอบเลข IMEI ของเครื่อง

*#0000#
ตรวจสอบเวอร์ชั่นของ Firmware

*#92702689#
ตรวจสอบระยะเวลาในการใช้เครื่อง แต่ไม่สามารถใช้ใน symbian s’60

*#2820#
ตรวจสอบ Bluetooth MAC Address

*#7780#
การทำ Solf Reset คือการ Restores ini files จาก rom แต่ข้อมูลมนเครื่องจะไม่ถูกลบ
เมื่อทำการ Soft Reset ต้องกดรหัสป้องกัน 12345

*#7370#
การทำ Hard Reset คือการ Re-format C: drive ข้อมูลทุกอย่างจะหายหมด
เมื่อทำการ Hard Reset ต้องกดรหัสป้องกัน 12345

*#7370925538#
การลบข้อมูลทั้งหมดใน Wallet ต้องกดรหัสป้องกัน 12345

การ Format เครื่องที่ได้ผลอีกวิธีหนึ่ง แต่อันตรายเหมือนกัน
ก่อนทำการ Format ต้องแน่ใจก่อนว่าแบตเตอรี่ในเครื่องมีเกินครึ่ง หรือเต็มก่อนทำการ Format
ไม่เช่นนั้นเครื่องอาจเปิดไม่ติดต้องไปอัพ Firmware กันใหม่
การ Format Disk ทำได้ดังนี้
กดปุ่มปิดเครื่องพร้อมกดปุ่ม 3 + * + โทรออก ค้างไว้จนกระทั่งหน้าจอขึ้นคำว่า Format Disk

กรณีแบ็ตใกล้จะหมด *3370#

สำหรับมือถือ Nokia ถ้าเกิดถ่านเหลือน้อยเต็มทีจนใกล้ดับ
แต่เราจำเป็นต้องโทรออก
ให้กด *3370# มันจะรีดพลังสำรองที่ซ่อนออกมา
แล้วแสดงให้เห็นว่าเพิ่มพลังถ่านให้ขึ้นมาอีก 50%
และมันจะชดเชยส่วนสำรองนี้ในการชาร์จแบ็ตครั้งต่อไป

Wednesday, July 06, 2011

ปิดบัญชี Facebook ทั้งชั่วคราวและถาวร

image

หากว่าคุณเบื่อกับการเล่นเฟสบุ๊คแล้ว หรือต้องการจะ ปิดเฟสบุ๊ค (Deactive Facebook) ไม่ว่าจะเพียงแค่ชั่วคราวหรือปิดแบบถาวรไปเลย ถ้าหากยังหาวิธีไม่ได้ เดี๋ยวผมจะพาทำแบบ Step by Step  ตามขั้นตอนด้านล่างนี้เลยครับ

1. เข้าเฟสบุ๊คของคุณแล้ว สังเกตุที่มุมบนขวานะครับ หาเมนูที่ชื่อว่า บัญชีผู้ใช้ (Account) แล้วไปที่ ตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ (Account Setting)

deactive01

2. หลังจากนั้นให้เลื่อนลงมาข้างล่างสุดเลยครับ หาคำว่า ลบบัญชี (Deactive) ตามในรูปด้านล่างนี้เลยครับ (หรือทางลัดก็กดเข้าที่ลิงค์ http://www.facebook.com/deactivate.php เลยครับ)

image

3. จะพบหน้าแบบสอบถาม ที่จะถามว่า ทำไมคุณถึงต้องการปิดบัญชีนี้ ก็ให้กรอกไปตามใจชอบเลยครับ อิอิ แล้วก็มีช่องให้ติ๊กถูก ว่าจะให้เฟสบุ๊คเลิกส่งเมล์ให้หรือเปล่า จากนั้นก็กดปุ่ม Confirm ได้เลยครับ เป็นอันเสร็จสิ้นครับ

image

image

ถ้าหากคุณ ต้องการกลับมาใช่เฟสบุ๊คอีกครั้ง หลังจากปิดเฟสบุ๊คไปแล้ว ก็เพียงแค่ Login เข้าเฟสบุ๊คอีกครั้งเท่านั้นเองครับ

แต่ถ้าหากอยากจะ ปิดแบบถาวร ไปเลย ให้ลองเข้าไปดูในลิงค์นี้ครับ คลิกเพื่อดูวิธีปิดเฟสบุ๊คถาวร ก็แล้วแต่นะครับ ว่าต้องการจะปิดแบบไหนนะครับ แต่ถ้าคุณยังอาลัยอาวรณ์กับเฟสบุ๊คอยู่ก็น่าจะปิดเพียงชั่วคราวก็พอนะครับ อิอิ

image

สำหรับผู้ที่ต้องการจะ ลบเฟสบุ๊คแบบถาวร ให้หมดจดเลย แต่ยังหาวิธีไม่ได้สักที วันนี้เดี๋ยวทางทีมงาน Tipcomddจะพาคุณ ลบ Account ของคุณออกจากเว็บ Facebook กันนะครับ จะเป็น การลบทิ้งทั้งบัญชี เลยครับ (Delete) ซึ่งวิธีนั่นแสนจะง่ายดายครับ มาเริ่มกันเลยดีกว่า

1. ให้คุณ Login เข้าบัญชีเฟสบุ๊คของคุณก่อนนะครับ แล้วให้ไปที่ URL นี้ครับhttps://www.facebook.com/help/contact.php?show_form=delete_account แล้วจะพบกับหน้าเว็บเหมือนรูปด้านล่างนี้ครับ

image

2. ให้คลิกที่ปุ่ม Submit นะครับ เพื่อเป็นการยินยอมให้ลบบัญชีของเรา แล้วบัญชีของเราก็จะถูกปิดลงครับ

3. ที่สำคัญมากๆ นั่นก็คือ ห้าม เข้าไป Login เข้าบัญชีที่คุณปิดอีก ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากที่คุณทำการลบบัญชีคุณไปแล้ว

4. ให้ ลบ History และ Cookies ในเว็บเบราเซอร์ ของคุณออกให้หมดครับ

5. และ ส่งเมล์ ไปแจ้งกับทาง Facebook ด้วยครับว่าต้องการลบ Account นี้รวมถึงข้อมูลต่างๆในเว็บเฟสบุ๊ค ส่งไปที่ info@facebook.com ครับ (ส่งเป็นภาษาอังกฤษนะครับ ) เพื่อยืนยันว่าเรามีความต้องการที่จะลบบัญชีนี้จริงๆครับ

เพียงแค่นี้คุณก็จะสามารถลบบัญชีเฟสบุ๊คของคุณได้อย่างถาวร พร้อมทั้งทำลายข้อมูลทุกๆอย่างที่มีอยู่ในบัญชีของคุณด้วยครับ

เครดิด:Thai-facebook.com

Monday, July 04, 2011

วิธีรีเซ็ตโทรศัพท์ Nokia ของคุณ

รีเซ็ตโทรศัพท์ของคุณ

คุณอาจต้องรีเซ็ตโทรศัพท์ของคุณหากโทรศัพท์ของคุณทำงานผิดปกติ โปรดอ่านวิธีต่างๆ ในการรีเซ็ตโทรศัพท์ของคุณตามลำดับที่แนะนำด้านล่าง คุณควรใช้การรีเซ็ตค่าใหม่เป็นวิธีสุดท้ายเท่านั้น ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดโทรศัพท์ได้โดยใช้วิธีอื่นๆ

กดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้

หากโทรศัพท์ไม่ตอบสนอง คุณอาจรีบูตโทรศัพท์ด้วยตนเองในกรณีที่แอปพลิเคชั่นทำงานผิดปกติหรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น กดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้ประมาณ 8 วินาที โทรศัพท์จะสั่นสามครั้ง ในการเปิดเครื่องอีกครั้ง ให้กดปุ่มเปิด/ปิด

หมายเหตุ: แบตเตอรี่เป็นแบบถอดออกไม่ได้ อย่าพยายามถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่อง

เรียกคืนการตั้งค่าดั้งเดิม

คุณสามารถรีเซ็ตการตั้งค่าบางอย่างให้กลับไปเป็นค่าเดิมได้ หากโทรศัพท์ของคุณทำงานผิดปกติ

  1. วางสายที่ใช้อยู่และตัดการเชื่อมต่อทั้งหมด
  2. เลือก เมนู > การตั้งค่า และเลือก โทรศัพท์ > การจัดการโทรศัพท์ > การตั้งค่าดั้งเดิม > เรียกคืน
  3. ป้อนรหัสล็อค รหัสล็อคที่ระบบตั้งไว้คือ 12345

การดำเนินการนี้จะไม่กระทบกับเอกสารหรือไฟล์ที่จัดเก็บอยู่ในโทรศัพท์ของคุณ คุณจำเป็นต้องสร้างการตั้งค่าอีเมลใหม่หลังจากรีเซ็ต

หลังเรียกคืนการตั้งค่าให้กลับไปเป็นค่าเดิม โทรศัพท์จะปิดและเปิดใหม่เองอีกครั้ง การดำเนินการนี้อาจใช้เวลานานกว่าปกติ

คำแนะนำ: คุณสามารถเปิดใช้งานคำสั่งนี้ได้โดยพิมพ์ *#7780# จากปุ่มกด

เรียกคืนการตั้งค่าดั้งเดิมและการลบเนื้อหา

  1. วางสายที่ใช้อยู่และตัดการเชื่อมต่อทั้งหมด
  2. เลือก เมนู > การตั้งค่า และเลือก โทรศัพท์ > การจัดการโทรศัพท์ > การตั้งค่าดั้งเดิม > ลบข้อมูลและเรียกคืน
  3. ป้อนรหัสล็อค รหัสล็อคที่ระบบตั้งไว้คือ 12345

คำเตือน: คำสั่งนี้จะเรียกคืนการตั้งค่าดั้งเดิมและลบเนื้อหาทั้งหมดออกจากหน่วยความ จำขนาดใหญ่ (E:) รวมถึงเนื้อหาที่มีการโหลดไว้ล่วงหน้าแล้วในโทรศัพท์ของคุณ เช่น วิดเจ็ต นอกจากนี้ คำสั่งนี้จะลบเนื้อหาทั้งหมดของผู้ใช้ เช่น ภาพถ่ายและวิดีโอ ออกจากหน่วยความจำเครื่อง (C:) อีกด้วย จึงควรคัดลอกข้อมูลผู้ใช้ก่อนที่จะรีเซ็ตโทรศัพท์ ใช้ Ovi Suite เพื่อสำรองข้อมูลในโทรศัพท์ไว้อย่างสมบูรณ์

คุณจำเป็นต้องสร้างการตั้งค่าทั้งหมดใหม่ และติดตั้งแอปพลิเคชั่นอีกครั้งหลังจากรีเซ็ตเครื่อง

คำแนะนำ: คุณสามารถเปิดใช้งานคำสั่งนี้ได้โดยพิมพ์ *#7370# จากปุ่มกด

หลีกเลี่ยงการรีเซ็ตค่าใหม่ (3-Finger Reboot)

เราไม่แนะนำให้ใช้การรีเซ็ตค่าใหม่ เนื่องจากการรีเซ็ตค่าใหม่จะลบแอปพลิเคชั่นบางตัวออก (เช่น ร้านค้า Ovi, แผนที่ Ovi และวิดเจ็ตที่ได้รับการติดตั้งไว้ล่วงหน้าบางอย่าง) ซึ่งจะไม่สามารถเรียกคืนได้โดยใช้เครื่องมือทั่วไป

คำเตือน: คุณควรใช้การรีเซ็ตค่าใหม่เป็นวิธีสุดท้ายเท่านั้น ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดโทรศัพท์ได้โดยใช้วิธีอื่นๆ

หากรีเซ็ตค่าใหม่สำเร็จ โทรศัพท์จะสามารถใช้งานได้หลังการรีเซ็ตค่า แต่บางแอปพลิเคชั่นอาจสูญหายไป คุณอาจต้องนำโทรศัพท์ไปที่ศูนย์ Nokia Care เพื่อให้ทางศูนย์เรียกคืนแอปพลิเคชันต่างๆ ที่สูญหายไปกลับลงในโทรศัพท์

รีเซ็ตค่าใหม่

  1. ปิดเครื่อง
  2. กดปุ่มลดระดับเสียง + ปุ่มกล้อง + ปุ่มเมนู และปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง

Friday, July 01, 2011

มีอะไรใหม่ใน วินโดวส์ไลฟ์ 2011

หลังจากที่ไมโครซอฟท์ปรับโฉมรุ่นใหม่รับกระแสสมาร์ทโฟน หลายคนคงอย่ากรู้แล้วว่าในวินโดวส์ไลฟ์ตัวใหม่นี้มันมีดีอะไร แล้วมันจะแตกต่างกับรุ่นก่อนๆที่ผ่านมาอย่างไร วันนี้ทางไซเบอร์ บีส จะมาโชว์ความสามารถให้รู้กัน

       อย่างที่เรารู้กันดีว่าวินโดวส์ไลฟ์ จะมีบริการเด่นๆที่เรารู้จักกันดีคือ อีเมล์ (hotmail) และแมสเซนเจอร์ (Messenger) แต่ในครั้งนี้มาพร้อมลูกเล่นใหม่ของเอสเซนเชียล (Essentials) หรือตัวจัดการภาพและภาพยนต์ดีๆที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนดู อยากรู้ว่าแต่ละตัวมีความโดนเด่นอย่างไรตามมาชมกัน



       เริ่มแรกจะพาไปทำความรู้จักกับ Hotmail ตัวใหม่ โดยทางไมโครซอฟท์เน้นคุณสมบัติที่ช่วยให้การจัดการอีเมล์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขจัดความไม่เป็นระเบียบในกล่องอีเมล์ขาเข้า ไม่เพียงแค่เรื่องสแปมเมล์ แต่ยังช่วยประหยัดเวลาในการจัดการกับเรื่องง่ายๆ ในกล่องขาเข้าและช่วยให้การเปิด แบ่งปัน และเปลี่ยนแปลงเอกสาร Microsoft Office ในระบบคลาวด์ทำได้ง่ายขึ้น
       - ไฮไลท์ของ Hotmail ผู้ใช้สามารถรู้ได้ทันทีเมื่อมีอีเมล์ใหม่จากเพื่อนๆ ข้อความล่าสุดจากเพื่อในสังคมออนไลน์ การแจ้งส่งสินค้า นัดหมาย และการเตือนครบรอบวันเกิด ทั้งหมดนี้จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเมื่อ log in เข้าใช้อีเมล์
       - Conversation View ช่วยให้รู้ว่าการสนทนากับบางคน หรือหลายคน ผ่านอีเมล์เป็นระยะเวลานานอาจทำให้ข้อมูลการสนทนาบางส่วนกระจัดกระจายจนไม่เป็นผลดีกับผู้ใช้ Hotmail เวอร์ชั่นใหม่รวมเอาข้อมูลที่กระจัดกระจายเหล่านี้เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นภาพรวมการสนทนาทั้งหมดในที่เดียว
       - Microsoft SmartScreenช่วยแบ่งแยกระหว่างอีเมล์ที่พึงประสงค์และสแปม ขึ้นอยู่กับความสามารถของโปรโตคอลอินเตอร์เน็ต, การรายงานผู้ใช้, แหล่งข้อมูลจากบุคคลที่ส่งอีเมล์มา, แหล่งข้อมูลจากบุคคลที่สาม, การคัดกรองอีเมล์จากคำที่ล่อแหลม, ระบบดักจับเครือข่ายของแฮ็กเกอร์ที่ส่งมากับอีเมล์ และการจดจำลายเซ็นต์
       - ส่งรูปภาพได้สูงสุดถึง 10 GB ต่อข้อความ โดยไม่ต้องกังวลกับข้อจำกัดในการแนบไฟล์หรือกล่องขาเข้าที่อัดแน่น ไม่ว่าจะทางฝั่งผู้ส่งหรือผู้รับ โดย Hotmail ทำงานประสานกับ Windows Live SkyDrive ซึ่งเป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูลออนไลน์ที่ให้บริการฟรีจาก Windows Live ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถส่ง (ผ่านลิงค์) ได้สูงสุดถึง 200 ภาพ ขนาดภาพใหญ่สุด 50 MB (รวม 10 GB) ในการส่งข้อความแต่ละครั้ง
       - เมื่อผู้ใช้ได้รับเอกสาร Office แนบมากับข้อความใน Hotmail ไม่ว่าจะเป็น Word, Excel หรือ PowerPoint พวกเขาสามารถเปิดดูไฟล์แนบดังกล่าวแบบออนไลน์ได้ทันทีผ่านบราวเซอร์ใดก็ได้ หรือจะบนพีซี หรือเครื่อง Mac และแม้แต่กรณีที่ไม่ได้ติดตั้ง Office คุณสมบัติที่ยืดหยุ่นเช่นนี้เป็นผลจากการรวมขีดความสามารถระหว่าง Hotmail, SkyDrive และ Office Web Apps ทำให้ผู้ใช้สามารถส่ง รับ และจัดการกับเอกสารได้อย่างสะดวก



       ด้านความสามารถของวินโดวส์ไลฟ์ แมสเซนเจอร์ (Messenger) ตัวใหม่ซึ่งหลายคนรอคอยว่าเมื่อไรจะมีการเปลี่ยนรูปโฉมเสียที่ โดยแมสเซนเจอร์เวอร์ชั่นใหม่นี้ทำให้ผู้ใช้สามารถกิจกรรมบนเครือข่ายออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
       - Facebook Chat ผู้ใช้สามารถสนทนากับเพื่อนๆ ใน Facebook ผ่านทาง Messenger บนเครื่องพีซี iPhone และ Web Messenger ของตนเองได้เลย ไม่ว่าเพื่อนๆ เหล่านั้นจะอยู่บน Messenger, Facebook หรือทั้งสองที่ก็ตาม
       - สนทนาในรูปแบบภาพวิดีโอความละเอียดสูง (HD video chat) เวอร์ชันใหม่นี้มาพร้อมกับการสนทนาในรุปแบบภาพวิดีโอความละเอียดสูง ช่วยให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์การสนทนาผ่านวิดีโอ สามารถแบ่งปันรูปภาพและไฟล์วิดีโอขณะกำลังสนทนา ทั้งยังได้เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนๆ ในแบบเรียลไทม์และปรับเป็นฟูลสกรีนได้
       - เชื่อมโยงกับบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์กว่า 75 เครือข่าย ซึ่งรวมถึง Facebook, MySpace, และ LinkedIn ช่วยให้ผู้ใช้รวมรายชื่อเพื่อน การสื่อสาร และอัปเดทต่างๆ จากบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ชั้นนำเข้ามาไว้ใน Messenger ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดข้อมูลอัปเดทต่างๆ จากเครือข่ายทางสังคม (รวมถึงรูปภาพและไฟล์วิดีโอ) ผ่านทาง Messenger และอัปเดทสถานะของตนในบริการเครือข่ายสังคมได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้อง log-on เข้าใช้บริการใดๆ อีกนอกจาก Messenger
       - ผู้ใช้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าแบ่งปันข้อมูลอะไรกับใครบ้าง และข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ เอกสาร และเนื้อหาส่วนไหนที่คนเหล่านั้นมีสิทธิ์เข้าถึงได้



       ตัวสุดท้ายของวินโดวส์ไลฟ์เวอร์ชันใหม่คือ วินโดวส์ไลฟ์ เอสเซนเชียล คือชุดโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างและแบ่งปันภาพสวยๆ และหนังดีๆ จัดการอีเมล์และติดต่อกับเพื่อนฝูง โดยประกอบไปด้วย Photo Gallery, Movie Maker,Mail, Messenger ไปจนถึงบริการที่เพิ่มเข้ามาใหม่อย่าง Windows Live Mesh ซึ่งช่วยผสานพลังของพีซีและระบบคลาวด์
       - Photo Fuse ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกเอาเฉพาะส่วนที่ชอบที่สุดจากหลายๆ ภาพมาต่อกันเป็น “ภาพสวยสมบูรณ์แบบ” ภาพเดียวด้วยเครื่องมือปรับแต่งภาพที่ใช้งานแสนง่ายดาย



       - เทคโนโลยีจดจำใบหน้า เทคโนโลยีจดจำใบหน้าช่วยให้ Photo Gallery สามารถค้นหาภาพที่มีคนอยู่และระบุว่าใครอยู่ในภาพเหล่านั้น
       - ปรับแต่งภาพสวยดังใจด้วย ‘Retouch’ ไม่ว่าจะเป็นรอยด่าง รอยขีดข่วน รอยถลอก หรือคราบ ฟังก์ชั่น Retouch ใน Photo Gallery ช่วยให้ผู้ใช้สามารถลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกได้ง่ายดายราวกับว่าสิ่งนั้นไม่เคยมีอยู่ในภาพมาก่อน โดยใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่มืออาชีพตามโมเดลลิ่งชั้นนำใช้จัดการกับภาพถ่ายของพวกเขา
Movie Maker :สร้างและแบ่งปันไฟล์หนังอย่างง่ายดาย
       - สร้างธีมด้วย AutoMovie ช่วยให้การเพิ่มธีมสวยๆ ในภาพและวิดีโอทำได้ง่ายขึ้นในเวลาไม่กี่นาที ไม่ว่าจะเป็นชื่อ คำบรรยายใต้ภาพ หรือเพลงประกอบ โดยผู้ใช้สามารถใช้ธีมเดียวกันนี้ในโหมดสไลด์โชว์ของ Photo Gallery
       - บันทึกเป็นไฟล์ความละเอียดสูง (720p และ 1080p) สร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับใครๆ ที่ได้พบเห็นด้วยการบันทึกไฟล์วิดีโอที่สร้างโดยใช้ Movie Maker เป็นไฟล์ความละเอียดสูง (HD)
Mesh: เข้าถึงข้อมูลสำคัญของคุณได้ตลอดเวลา
       - Windows Live Mesh ช่วยเชื่อมโยง (sync) โฟลเดอร์ที่ผู้ใช้เลือก เช่น โฟลเดอร์เอกสาร รูปภาพ เพลง และอื่นๆ เข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำงานหรือเพลิดเพลินกับกิจกรรมใดๆ ที่ชื่นชอบ เมื่อมีการอัพเดทไฟล์ในคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง ข้อมูลในเครื่องอื่นจะถูกอัปเดทไปด้วยโดยอัตโนมัติเมื่อเครื่องนั้นถูกเปิดใช้งานและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เมื่อโฟลเดอร์ใดถูก synchronize ไฟล์นั้นจะปรากฏอยู่ในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ด้วยแม้ยังไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
       - รีโมทเดสก์ท็อป ผู้ใช้สามารถเข้าถึงไฟล์และแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ทุกที่ผ่าน http://devices.live.com โดยสามารถค้นหาพีซีของตนในรายชื่ออุปกรณ์ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ แล้วคลิก “Connect to this computer” เพื่อควบคุมพีซีของตนได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ขณะอยู่ที่ทำงานแต่จำเป็นต้องใช้ไฟล์ข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ในเครื่องที่บ้าน
Mail: ใช้งานอีเมล์ ปฏิทิน และรายชื่อผู้ติดต่อที่ผนวกเข้ากับ Windows ได้สะดวก ทุกเวลา
       - การรวมบัญชีผู้ใช้อีเมล์ Windows Live Mail ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการบัญชีผู้ใช้อีเมล์ รวมถึงปฏิทิน บริการ RSS feeds รายชื่อผู้ติดต่อ และ newsgroups จากหลายบัญชีรวมเข้าไว้ในจุดเดียว
       - เชื่อมโยงกับ Windows Live Messenger ผู้ใช้สามารถตอบกลับเพื่อนๆ ด้วย instant message จาก Windows Live Mail ได้ทันที นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังรู้ได้อีกว่า ‘คู่หู’ คนไหนกำลังออนไลน์อยู่ เพราะการเข้าใช้งานของพวกเขาเชื่อมโยงเข้ากับอีเมล์
Company Related Link:
Microsoft
ข้อมูลจาก :  ผู้จัดการออนไลน์

การตรวจเช็คอาการเสียของเพาเวอร์ซัพพลาย

Power Supply มี 2 แบบ
แบบที่ 1. แบบ Linear มีหม้อแปลงใหญ่ขนาดใหญ่ ตัดวงจรโดย Fuse
แบบที่ 2. แบบ Switching มี Transistor ทำหน้าที่ตัดวงจร
2.1 แบบ XT มีขนาดใหญ่ มีหัวเดียว 12 เส้น มี Switch ปิด-เปิดอยู่ด้านหลัง Power Supply
2.2 แบบ AT เล็กกว่า XT มีหัวเสียบ 2 หัว คือ P8 , P9 มีสวิทช์ปิด-เปิดโยงจาก Power Supply มายังหน้า Case (ราคาประมาณ 450 บาท)
2.3 แบบ ATX มีหัวเสียบเดียว 20 เส้น ไม่มี Switch ปิด-เปิด เมื่อสั่ง Shut Down จาก Program เครื่องจะปิดเองโดยอัติโนมัติ (ราคาประมาณ 600-800 บาท)
* ถ้าต้องการตรวจสอบการใช้งานในขณะที่ไม่ได้ต่อกับ Mainboard ให้ Jump สายสีเทา (หรือสีเขียว) กับสีดำ พัดลมของ Power Supply จะหมุน แสดงว่าใช้งานได้
การใช้มิเตอร์วัดไฟ Power Supply
ดำ + ดำ = 0 V
ดำ + แดง = 5 V
ดำ + ขาว = -5 V
ดำ + น้ำเงิน = -12 V
ดำ + ส้ม = 5 V
ดำ + เหลือง = 3.3 V
ดำ + น้ำตาล = 12 V
* เข็มมิเตอร์ตีกลับ ให้กลับสาย ใช้ค่า ติด -
*AC=220 V (L กับ N)
L1 380 Vac
L2 380 Vac
L3 380 Vac
N Nutron , G ไม่มีไฟ
*230W (23A) - 300W (30A)
โดย W=V*I
Click the image to open in full size.
ส่วนของ Power Supply ที่สามารถตรวจซ่อมได้
1. Fuse
2. Bridge
3. Switching
4. IC Regulator
5. C ตัวใหญ่
6. IC
Click the image to open in full size.
Chart ประกอบการตรวจเช็ค Power Supply
Click the image to open in full size.
วงจรเพาเวอร์ซัพพลาย (Block Diagram)
Click the image to open in full size.
credit:www.metukyang.com

ฟรีใช้งาน Microsoft Office แบบออนไลน์

ปัจจุบันการใช้งาน Applications ใดๆ จำเป็นจะต้องมีการติดตั้งโปรแกรม และใช้งานได้เฉพาะเครื่องคอมฯ ที่มีการติดตั้งโปรแกรมนั้นๆ เท่านั้น ซึ่งมีข้อจำกัดหลายๆ ประการ เนื่องจากบางครั้งเราอาจมีการทำงานนอกสถานที่ หรือไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ของเราเอง ทำให้ไม่สามารถแก้ไขงานที่เราต้องการได้ แต่แนวโน้มการให้บริการออนไลน์ ดูจะเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันมาก โดยเฉพาะมี Google เริ่มมีการให้บริการ Google Docs
Microsoft กับบริการ Office Web Apps

 

Click the image to open in full size.

 

นานๆ จะเห็นบริการฟรีออนไลน์จาก Microsoft สักครั้ง ครั้งนี้ก็ถือเป็นการฉีกแนวครั้งใหม่ของ Microsoft เลยทีเดี่ยว ที่ทาง Microsoft เปิดให้บริการสร้างและแก้ไขงานผ่านออนไลน์ในรูปแบบบร ิการที่เรียกว่า Office Web Apps ทำให้เราสามารถแก้ไขงานผ่านหน้าเว็บได้โดยตรง โดยที่คอมพิวเตอร์นั้นๆ ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office แต่อย่างไร แถมยังมีพื้นที่ในการจัดเก็บเอกสารได้ด้วย
โปรแกรมที่ให้บริการ Office Web Apps
* Microsoft Word
* Microsoft Excel
* Microsoft PowerPoint
* Microsoft OneNote
ผลการทดสอบเบื้องต้น
เริ่มต้นเพียงเข้าไปยังเว็บไซต์ http://office.microsoft.com/en-us/web-apps คลิกปุ่ม Get Started for Free จากน้้นก็ใช้ User ID ที่คุณมีกับ Microsoft ไม่ว่าจะเป็น Hotmail.com หรือ Live.com ทำการ Login จากนั้นคุณก็จะพบหน้าต่างการใช้งานให้คุณเลือกโปรแกร มที่คุณต้องการ ได้ทันที
เท่าที่ทดสอบก็สามารถใช้งานได้ปกติ ถึงแม้จะไม่เท่ากับการใช้งานบนเครื่องคอมฯ ที่ติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office ก็ตาม บางคำสั่งก็ขาดหายไปบ้าง (เช่น ใช้ปุ่มแท็ปกับ Microsoft Word ไม่ได้ หรือการใส่ Format ของตัวเลขก็ยุ่งยากไปนิด) แต่โดยภาพรวมๆ แล้วก็ถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะพื้นที่ฟรี ซึ่งเป็นบริการฟรี SkyDrive ของ Microsoft เอง
Credit : it-guides, teagang

10 วิธีพื้นฐาน...สำหรับการพิมพ์ภาพที่สมบูรณ์

image

เพียงแค่พรินเตอร์คุณภาพสูงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอที่จะทำให้คุณพิมพ์ภาพถ่ายออกมาอย่างสมบูรณ์แบบได้ ตราบใดที่คุณละเลยขั้นตอนพื้นฐานต่อไปนี้

1ความละเอียดภาพ

มาตรฐานของหน่วยที่ใช้วัดความคมชัดของภาพถ่ายก็คือ ค่า dpi (dots per inch) หรือค่าที่แสดงถึงจำนวนจุดในพื้นที่ 1 ตารางนิ้วบนภาพ ซึ่งในที่นี้คุณต้องแน่ใจว่า ภาพถ่ายดิจิตอลของคุณนั้นมีค่าความละเอียดนี้อย่างน้อย 240dpi แล้วสำหรับการพิมพ์ออกมาเป็นภาพขนาด 4x6 นิ้ว แต่ถ้าหากคุณต้องการพิมพ์ให้มีขนาดใหญ่ 5x7 นิ้วหรือใหญ่กว่านี้ก็ภาพดิจิตอลก็ควรมีความละเอียด 300dpi
นอกเหนือไปจากเรื่องความละเอียดแล้ว คุณต้องแน่ใจด้วยว่าภาพถ่ายนั้นๆ มีขนาดที่ใหญ่พอที่จะนำไปพิมพ์ลงบนกระดาษที่คุณต้องการด้วย เพราะกรณีที่คุณนำภาพที่มีขนาดเล็กไปพิมพ์ลงบนขนาดใหญ่

ภาพที่ได้ออกมาจะแตกเป็นบล็อกรูปสี่เหลี่ยมหรือเกิดเป็นรอยหยักที่เห็นได้อย่างชัดเจน

2รูปแบบไฟล์ภาพ

ในกรณีที่คุณมีภาพความละเอียดสูง คุณจำเป็นต้องบันทึกภาพให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมด้วยเช่น TIFF หรือ JPEG แต่เนื่องจากไฟล์ภาพแบบ JPEG นั้นจะมีการบีบอัดสูงดังนั้นถ้าคุณต้องการพิมพ์ภาพโดยให้มีคุณภาพสูงจริงๆ ก็ควรไฟล์ภาพแบบ TIFF เสมอแม้ว่าไฟล์ภาพชนิดนี้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่ามากก็ตาม

3ปรับแต่คุณภาพภาพ

ก่อน ที่คุณจะนำภาพถ่ายมาพิมพ์ลงกระดาษ ถ้าเป็นไปได้คุณควรนำภาพนั้นมาตรวจสอบหรือทำการปรับแต่งด้วยโปรแกรมปรับแต่ง ภาพก่อน ซึ่งวิธีดังกล่าวนี้จะช่วยให้ภาพถ่ายมีความคมชัด มีความถูกต้องสีและแสงมากยิ่งขึ้น หรือแม้แต่การลดจุดรบกวนสีในภาพที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลก็เป็นการปรับปรุง คุณภาพของภาพที่จะนำมาพิมพ์ด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นการนำฟิลเตอร์ลักษณะต่างๆ มาใช้กับภาพก็จะยิ่งทำให้ภาพที่ดูมีคุณภาพขึ้นด้วย
สำหรับกรณีที่คุณไม่มีโปรแกรมตกแต่งภาพ คุณก็สามารถใช้ฟังก์ชันปรับแต่งภาพภายในไดรเวอร์แทนได้เช่นกัน ทั้งในเรื่องการปรับความสมดุลของสีและแสงเงาต่างๆ

4ใช้ไดรเวอร์เวอร์ชันล่าสุด

ถ้าเป็นไปได้ พรินเตอร์ของคุณควรใช้ไดรเวอร์ที่เป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าไดรเวอร์ได้รับการแก้ไขมาให้เหมาะกับพรินเตอร์แล้วจริงๆ นอกจากนั้นภายในไดรเวอร์เวอร์ชันใหม่ๆ ก็มักจะมีค่ากำหนดบางอย่างสำหรับการพิมพ์เพิ่มเข้ามาด้วย โดยเฉพาะฟังก์ชันการปรับแต่งภาพและการเลือกใช้ระบบสีที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้ภาพที่พรินเตอร์พิมพ์ได้มีคุณภาพจริงๆ

5ความละเอียดในการพิมพ์

เพื่อให้ภาพที่พิมพ์ได้มีคุณภาพสูงที่สุด คุณควรกำหนดให้พรินเตอร์พิมพ์ภาพด้วยความละเอียดสูงที่สุดเท่าที่พรินเตอร์จะทำได้ด้วย โดยเลือกที่หัวข้อ Best, Fine, Highest หรือกำหนดใช้ค่าความละเอียดสูงสุดที่พรินเตอร์ระบุ แต่อย่างไรก็ตามการที่คุณจะกำหนดค่าความละเอียดนี้ได้ พรินเตอร์บางรุ่นจะก็จะอ้างอิงจากชนิดของกระดาษที่ใช้ด้วย

6ใช้หมึกพิมพ์ภาพถ่าย

พรินเตอร์ บางรุ่นสามารถใช้หมึกพิมพ์ได้ทั้งชนิดธรรมดาและแบบพิมพ์ภาพภาพถ่าย ซึ่งในกรณีที่คุณต้องการพิมพ์ภาพให้ได้คุณภาพก็ควรเลือกใช้เฉพาะหมึกที่ออก แบบไว้สำหรับพิมพ์ภาพถ่ายจริงๆ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรเลือกใช้เฉพาะหมึกพิมพ์ที่ผู้ผลิตพรินเตอร์แนะนำให้ใช้ เท่านั้น

7การเลือกใช้กระดาษ

ผู้ ผลิตพรินเตอร์รายต่างๆ ล้วนแต่แนะนำให้ผู้ใช้ใช้กระดาษของตัวเองเสมอ โดยเฉพาะในกรณีของกระดาษพิมพ์ภาพถ่ายชนิดต่างๆ ซึ่งคุณก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวนี้ เนื่องจากกระดาษพิมพ์ภาพถ่ายของผู้ผลิตต่างถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีและมีความ เข้ากันได้ดีกับหมึกที่ใช้กับพรินเตอร์นั้นๆ มากที่สุด ซึ่งนอกจากจะให้ผลที่ดีกว่าในเรื่องคุณภาพภาพที่ได้แล้ว ยังให้ผลที่ดีในเรื่องความทนทานของภาพและการเก็บรักษาในระยะยาวด้วย

8การตั้งค่าชนิดกระดาษ

โดย ปกติแล้วกระดาษที่เหมาะสำหรับใช้ในการพิมพ์ภาพจะรู้จักกันดีในชื่อว่า กระดาษพิมพ์ภาพถ่ายหรือ Photo Paper และในการกำหนดค่าการพิมพ์คุณก็ต้องระบุการใช้กระดาษให้เป็นกระดาษพิมพ์ภาพ ถ่ายด้วย หรือถ้าเป็นกระดาษสำหรับพิมพ์ภาพถ่ายชนิดอื่นก็กำหนดให้ตรงกันด้วย ทั้งนี้เพื่อให้พรินเตอร์สามารถควบคุมปริมาณของหมึกที่จะพ่นลงมาบนกระดาษที่ ใช้พิมพ์ภาพได้อย่างเหมาะสม และได้ภาพที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด

9ทำความสะอาดและปรับหัวพิมพ์

ในซอฟต์แวร์ไดรเวอร์ของพรินเตอร์รุ่นต่างๆ จะมี Tools สำหรับใช้บำรุงรักษาเครื่องเตรียมไว้ให้ผู้ใช้ใช้ด้วย ซึ่ง Tools เหล่านี้ก็มีผลต่อคุณภาพของภาพพิมพ์ได้ด้วย โดยเฉพาะการปรับค่าระยะหัวพิมพ์ให้มีความเหมาะสมและการทำความสะอาดหัวพิมพ์ ซึ่งคุณควรใช้อย่างสม่ำเสมอทั้งนี้เพื่อให้การพิมพ์ของเครื่องเกิดประโยชน์มากที่สุด

10รอเวลาให้หมึกแห้ง

หลังจากที่พิมพ์ออกมาเป็นภาพได้แล้ว อย่าสัมผัสหรือจับที่ภาพในบริเวณที่มีหมึกพิมพ์หรือนำไปใส่กรอบกระจกในทันที เนื่องจากลายนิ้วมือและรอยคราบอื่นๆ อาจจะติดไปที่ภาพ หรือจนจะทำให้ภาพเปื้อนเลอะเทอะจนเกิดการเสียหายได้ แม้ว่าผู้ผลิตจะออกแบบหมึกพิมพ์และกระดาษมาให้สามารถแห้งได้ภายในเวลาอันสั้น แต่ทางที่ดีคุณควรรอให้หมึกแห้งสนิทจริงๆ ก่อนด้วยการปล่อยทิ้งไว้อย่างน้อย 18 ชั่วโมง

สำหรับ กรณีที่คุณพิมพ์ภาพถ่ายเป็นจำนวนมาก หลังจากที่พิมพ์ภาพใดภาพหนึ่งเสร็จแล้วก็ควรนำภาพนั้นออกจากพรินเตอร์ก่อน ก่อนที่ภาพต่อไปจะพิมพ์เสร็จออกมาทับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้แน่ใจว่าภาพที่พิมพ์ได้จะไม่ถูกซ้อนทับจนทำให้หมึกเลอะ เทอะหรือมีสิ่งไม่พึงประสงค์จากกระดาษมาติดอยู่ภาพที่พิมพ์ได้นั่นอง


ข้อมูลจาก http://www.vbc.co.th/

20 สุดยอด วิธีแก้ปัญหากวนใจชาว Windows

0 สุดยอด วิธีแก้ปัญหากวนใจชาว Windows

โอ้สวรรค์! เป็นเรื่องดีจริงๆ ที่ระบบ Windows เป็นอะไรที่ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเลย ปัญหาพวกระบบค้างและบั๊กต่างๆ ที่มาคอยกวนใจเราชาว XP ก็หาได้ยากยิ่งนัก เอาล่ะ…พอเหอะ! ที่ชาวบ้านเค้าจะเผ่นหนีไปใช้ Linux หรือ OS อื่นๆ กันหมด เพราะพวกเค้าเริ่มทนไม่ได้กับปัญหาเหล่านั้นแล้วล่ะ
จริงๆ แล้วคุณก็พอแก้ปัญหาได้อยู่ใช่มั้ย? คุณมี System Restore ที่ใช้แก้ปัญหาแบบฟันฉับเดียวรักษาทุกโรค หรือถ้าอาการหนักจริงๆ ก็เสกคาถา [F8] ตูมเดียวให้ระบบเลือกบูท Last Known Good Configuration เป็นท่าไม้ตายสุดยอด
เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถช่วยให้คุณจัดการกับ เรื่องยุ่งยากทั้งหลายกับ 20 วิธีแก้ปัญหาชิวๆ ที่แม้ไม่สามารถชุบชีวิต PC ที่ขึ้นสวรรค์ไปแล้วให้กลับมาได้ แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณสุขภาพจิตดีขึ้นบ้างล่ะน่า ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพังหรือเน็ตเวิร์กทำงานแปลกๆ หรือเมื่อระบบไม่ยอมให้คุณใช้งานใดๆ เรารวบรวมไว้ให้คุณทั้งหมดแล้ว


1. วิธีใช้งาน CHKDISK แบบเร็ว
เมื่อแน่ใจว่าฮาร์ดดิสก์เกิดอาการเพี้ยนๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการแปลกๆ ตอนบูทเครื่อง, เปิดโปรแกรมไม่ค่อยขึ้น หรือมีข้อความแปลกๆ ไม่ได้รับเชิญปรากฎขึ้นมา คงต้องใช้ Chkdsk ที่มากับ Windows XP เพื่อสแกนตรวจหาปัญหาใน sector ของฮาร์ดดิสก์และซ่อมมันให้เรียบร้อย แม้ว่าคุณสามารถเปิดโปรแกรมได้จาก Recovery Console แต่ยังมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น เพียงคลิกขวาที่ My Computer แล้วเลือก Properties มองหาช่องที่เขียนว่า Tools แล้วคุณจะเห็นปุ่มที่ใช้เรียกมันขึ้นมา หากคุณต้องการสแกนไดรฟ์หลัก คุณจะต้องสั่งรีบูทเครื่องหลังจากเสร็จสิ้นการสแกนด้ วย


2. ส่ง Error Reporting ไม่ได้
มันเป็นฟังก์ชันที่ดีมากๆ ที่ให้เราๆ สามารถส่งข้อมูลว่าโปรแกรมไหนเสียยังไงไปให้ Microsoft ได้ แต่บางทีฟังก์ชัน Error Reporting ก็เสียซะเองนี่สิ มันเป็นเรื่องที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโปรแกรมออนไลน์ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเกมหรืออินเตอร์เน็ตบราวเซอร์ ก็มักจะมีปัญหาระบบภายในอยู่บ่อยๆ หากต้องการให้มันหายเป็นปกติ ก็ใส่ซีดีติดตั้ง XP เข้าไปแล้วพิมพ์คำว่า sfc/scannow ตรงหน้าต่าง Run เท่านี้ก็เรียบร้อย


3. เชื่อมต่อสัญญาณเน็ตเวิร์กไร้สายไม่ได้
หากคุณไม่สามารถเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กไร้สายได้ทั้งๆ ที่การทำงานของ WiFi ก็บอกคุณอยู่โท่งๆ ว่ามันมีสัญญาณเต็มเปี่ยม บางทีปัญหาอาจจะมาจากโปรแกรม Wireless Zero Configuration ของอีตา Microsoft ก็ได้ ให้คุณคลิกขวาที่ My Computer เลือก Manager แล้วขยาย Services and Applications ออกมา ภายใต้ Services หาคำว่า Wireless Zero Configuration แล้วดับเบิ้ลคลิก คุณจะมาโผล่ที่แท็บ General สั่ง Stop เพื่อหยุดการทำงานของมัน รอสักครู่แล้วสั่งเปิดการทำงานของมันใหม่ driver อุปกรณ์ไร้สายน่าจะทำงานถูกต้องแล้ว และคุณก็น่าจะเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว


4. ลืมรหัสผ่าน ทำไงดี?
หากคุณทำรหัสผ่านของ User Account หาย รีบูทเข้า Safe Mode เลือก log on user เป็น Administrator ปกติ account นี้จะถูกซ่อนอยู่ (ซึ่งคุณจะได้สิทธิ์และอำนาจเป็นผู้ดูแลระบบ) และหากคุณไม่เคยสร้าง account นี้ตอนติดตั้ง XP ก็กดเข้าไปได้เลย ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน จากนั้นเปิด Control Panel แล้วสั่ง reset the User Account passwords เท่านี้ก็เรียบร้อย


5. ป้องกันการติดตั้ง driver
หากคุณต้องการเก็บ driver ของอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรืออยู่ในขั้นทดลองให้พ้ นจากระบบของคุณ คุณก็สามารถสั่งให้ Windows XP จัดการปิดบัญชีเรื่องนี้ได้เลย ให้เปิด System Properties แล้วคลิกแท็บ Hardware และเลือก Driver Signing ที่นี่คุณสามารถสั่งปิดกั้น driver ที่ไม่ได้เรื่องทั้งหมด (หรือจะให้มีข้อความขึ้นเตือนก่อนก็ได้) สั่งให้ป้องกันทั้งระบบ หรือไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ระบบคนอื่นๆ มาติดตั้ง driver ซี้ซั้วและอาจทำให้คุณตกที่นั่งลำบากได้


6. สำรองพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ไว้ขณะกำลังเขียนแผ่น CD/DVD
หากคุณสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่เขียนแผ่น CD หรือ DVD พื้นที่ฮาร์ดดิสก์จะลดลงไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าโปรแกรมเขียนแผ่นกำลังใช้พื้นที่ฮาร์ ดดิสก์ในการเก็บอิมเมจไฟล์ไว้ตรงไหนสักแห่งในเครื่อง PC ของคุณ ลองกลับไปดูตัวเลือกของโปรแกรมแล้วปิดคำสั่งเล่นซ่อน หาไฟล์อิมเมจนี้ซะ อ้อ! ปกติแล้วมันน่าจะเก็บไฟล์ไว้ที่ My Documents ไม่ก็ Program Files


7. หลีกเลี่ยงปัญหาตอนบูทเครื่อง
หากระบบของคุณบูทช้าแบบสุดๆ และคุณก็ไม่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ งั้นลองฟังก์ชัน Hibernate แทนการปิดเครื่องดูสิ คุณสามารถเปิดการใช้งานนี้ได้โดยไปที่ Power Options (ซึ่งอยู่ใน Display Properties ของ Screen Saver) จากนั้นเมื่อคุณคลิก Turn Off Computer ให้กด [Shift] ค้างไว้แล้วเลือก Stand By เพื่อใช้คำสั่ง Hibernate นี้


8. อยากลบไฟล์งี่เง่าที่ลบยังไงก็ลบไม่ออก
หากคุณไม่สามารถลบไฟล์ด้วยวิธีธรรมดาๆ แล้ว ให้เปิด Command Prompt แล้วเปลี่ยน path ไปให้ถึงที่ที่ไฟล์เจ้าปัญหานั้นอยู่ จากนั้นสั่งปิด explorer.exe โดยใช้โปรแกรม Task Manager เลือกแท็บ Processes กลับไปที่ Command Prompt แล้วพิมพ์ DEL เว้นวรรค ตามด้วยชื่อไฟล์ที่ต้องการลบ New Task แล้วพิมพ์คำว่า explorer.exe?เสร็จแล้วก็เปิด Task Manager คลิก File เพื่อให้หน้าจอเดสก์ท็อปกลับมาเป็นอย่างเดิม


9. ไฟล์ไม่ได้มาตรฐานไสหัวไปให้หมด!!
อะจ๊าก! ค้างอีกแล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น?
คุณไม่เพียงแค่อยู่ให้ห่างจาก driver ที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเดียวเท่านั้น ไฟล์ที่ไม่ได้มาตรฐานก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เก ิดปัญหาได้ไม่แพ้กัน เพราะว่าระบบ PC มีการออกแบบที่ดีเยี่ยม (จริงแล้วห่วยสุดๆ ) แบบว่าไฟล์ระบบอาจถูกทับโดยการติดตั้งโปรแกรมหรืออุป กรณ์ต่างๆ หรือไม่ก็อาจถูกอัพเดทจากโปรแกรมหรือ malware ตัวร้ายได้เสมอ ดังนั้นคุณอาจต้องสแกนฮาร์ดดิสก์ของคุณแม้ไม่อยากทำเ ลยก็ตาม เพียงคลิก Run แล้วพิมพ์ sigverif โปรแกรม File Signature Verification ก็จะเปิดขึ้นมา ให้คุณคลิก Start เพื่อเริ่มทำงานได้เลย อย่าลืมเตรียมแผ่นติดตั้ง XP ไว้ให้พร้อมด้วยนะ
“หากระบบของคุณบูทช้า และคุณก็ไม่ต้องการติดตั้งระบบใหม่ ลองฟังก์ชัน Hibernate แทนการปิดเครื่องดูสิ”


10. ไดรฟ์ CD/DVD หายไปไหนแว้ว!?
เพราะว่า Windows XP มีเรื่องที่ต้องจดจำเยอะแยะไปหมด ฉะนั้น…บางทีเฮียเค้าเลยเกิดอัลไซเมอร์รับประทาน ลืมไดรฟ์ CD/DVD ของคุณไป แม้ว่ามันจะเห็นอยู่ทนโท่ใน Device Manager ก็ตาม ในกรณีนี้ให้คุณเปิด RegEdit แล้วไปที่ HKEY-LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentConstrolSet\Control\Cl ass\{4D36E965-E325-11CE-EBC1-08002BE10318} แล้วลบค่าใน UpperFilters กับ LowerFilters ออกไป จากนั้นรีบูทเครื่อง 1 ครั้ง คุณต้องติดตั้งโปรแกรมเขียนแผ่นใหม่ด้วยแหละ…ซวย 2 ชั้นของจริง


11. ไฟล์/โฟลเดอร์นี้…ฉันจอง
ถ้าหากคุณไม่สามารถทำอะไรกับไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่อยู่ ใน Windows XP ได้ เนื่องจากอาจมีใครใช้อยู่ที่ไหนสักแห่ง คุณอาจต้องติดป้ายแสดงความเป็นเจ้าของไฟล์/โฟลเดอร์ไว้ โดยคลิกขวาที่ไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการแล้วเลือก Properties จากนั้นเลือก Security, Advance และ Owner ตามลำดับ ตรงรายชื่อให้คุณเลือก username ของคุณ (หรือ Administrator ถ้ามี) เสร็จแล้วเลือก Replace owner on subcontainers and objects

12. ยกเลิกการทำดัชนีไฟล์ (File Index)
หากคุณไม่ได้มีความจำเป็นเลิศเหมือนพวกปากหอยปากปู และปกติคุณก็ใช้โปรแกรม Search ในการค้นหาเฉพาะไฟล์เอกสารกับรูปภาพยุคพระเจ้าเหาแค่ นั้น การทำดัชนีไฟล์ดูจะเป็นการใช้ทรัพยากรระบบที่มากเกิน ไปจนทำให้อะไรๆ ช้าลงไป ถ้าอยากจะปิดมัน…ง่ายมาก เพียงเปิด My Computer คลิกขวาที่ไอคอนฮาร์ดดิสก์ เลือก Properties ให้ดูที่แท็บ General แล้วคุณจะเห็นตัวเลือกการทำดัชนีไฟล์ ให้สั่งปิดมันไปเลย…จบ


13. Firewall ที่น่ารำคาญ
หาก Firewall ที่ติดตั้งมากับ Windows ทำให้คุณประสาทเสียและคุณก็ไม่รู้จะปิดมันจาก control Panel ยังไง (เพราะว่าตัวเลือกที่จะปิด มันเป็นสีเทาอยู่น่ะสิ) ให้คุณเปิดหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์ net start SharedAccess ไม่ต้องมีเครื่องหมายคำพูดนะ และกลับกัน…หากคุณต้องการปิดมันก็ให้พิมพ์ net stop SharedAccess


14. อย่าใช้ Super Prefetch เลยคุณ
ไอ้ที่เค้าคุยไว้ว่าจะมีฟังก์ชันที่เข้ามาช่วย registry ให้สามารถทำงานได้เร็วฟ้าผ่า ด้วยเทคโนโลยี Super Prefetch ที่มีเฉพาะ Service Pack 2 กับ Windows Vista น่ะ ขี้โม้สุดๆ เลยคุณ เพราะแม้ว่าจะปรับ registry ไปแล้ว ระบบของคุณก็ยังทำงานช้าเป็นเต่าอยู่ดี เว้นแต่คุณจะสั่ง defrag ไฟล์ Prefetch ซะก่อน เพียงเปิดหน้าต่าง Run แล้วพิมพ์ defrag c: –b


15. Logon ให้เร็วขึ้น
Autoexec.bat เป็นไฟล์ที่ใช้สั่งให้โปรแกรมทำงานตอนบูทเข้าระบบ Windows แต่ก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว เพราะว่า Windows XP ทำงานด้วยขั้นตอนที่ต่างไปจากเดิม อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายโปรแกรมที่ยังมีไฟล์นี้อยู่ และบางทีก็อาจทำให้การเข้าระบบเร็วขึ้นก็ได้ งั้นอย่ารอช้า รีบเปิด RegEdit แล้วไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Winlogon แล้วสร้างหรือแก้ไขค่าของ ParseAutoexec DWORD ให้เป็น 0 จากนั้นรีบูทเครื่องดู

16. ปิดเครื่องแล้วค้าง ทำไงดี?

ถ้าคลิก Shut Down แล้วอีก 20 นาทีต่อมาเครื่องของคุณยังค้างอยู่ แถมยังเจอปัญหาว่า Adobe Reader เพี้ยนไปแล้ว ปิดไม่ลงจ้า!! คงน่าหงุดหงิดเหมือนกันนะ แต่ไม่เป็นไร ให้คุณไปจบชีวิตเพี้ยนๆ ของมันที่ RegEdit และเข้าไปเปลี่ยนค่าของ HKEY_USERS\DEFAULT\Control Panel\Desktop\AutoEndTasks ให้เป็น 1 ค่านี้จะทำให้ Windows XP หลับหูหลับตาปิดข้อความแจ้งปัญหาที่จะทำให้ระบบของคุ ณทำงานช้าลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งหมด


17. ปัญหาโปรแกรมไม่เสถียร
ถ้าอยู่ๆ โปรแกรมที่เคยใช้งานดีๆ เกิดดื้อแพ่ง ระเบิดตัวเองหรือค้างแหง่กๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นไปได้ว่าไฟล์ .dll ของมันเองอาจทำงานไม่เรียบร้อยตอนที่คุณเลิกใช้โปรแก รมนั้นๆ พอนานเข้า ก็เลยยิ่งไม่เสถียรหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่าแล้วก็เปิด RegEdit แล้วไปที่ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\Curr entVersion\Explorer แล้วสร้างค่า DWORD ที่ชื่อว่า AlwaysUnloadDll ขึ้นมาใหม่ แล้วตั้งค่าให้เป็น 1


18. ล้างบางข้อมูลตอนติดตั้งโปรแกรม
เมื่อเวลาติดตั้งโปรแกรมผิดพลาดและคุณไม่สามารถติดตั ้งใหม่ได้ (มักมีอะไรบางอย่างผิดปกติจนทำให้เกิดความผิดพลาดในซ อฟต์แวร์ Java) ดังนั้นคุณจะต้องเอาไฟล์เน่าๆ ที่ค้างอยู่ในเครื่อง PC ของคุณตอนติดตั้งครั้งแรกออกไปซะก่อน แต่ถ้าจะมานั่งหาเองคงไม่หมู เพราะไฟล์ส่วนใหญ่จะหลบอยู่ตามหลืบต่างๆ ทางที่ดีควรใช้โปรแกรม Windows Installer CleanUp จัดการให้ดีกว่า คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมนี้ได้ที่ support.microsoft.com/kb/290301 แล้วใช้มันสแกนหาเศษซากไฟล์ที่เหลืออยู่ติดตั้งเพื่อ ให้คุณลบมันทิ้งไปเอง
19. Defragment สะดุด…ทำไงดี?
ถ้าเกิดโปรแกรม Defragment ที่ติดมากับ Windows ทำงานอืดลงกว่าเมื่อก่อน หรือไม่ยอมทำงานให้คุณเลย อาจเป็นเพราะว่ามี sector ในฮาร์ดดิสก์เสียจนทำให้ระบบหยุดการทำงานก็เป็นได้ ซึ่งโดยปกติแล้ว สาเหตุน่าจะมาจากไฟล์สำรองที่โปรแกรมเว็บบราวเซอร์เก ็บไว้ทำ cache เป็นตัวก่อปัญหามากกว่า วิธีง่ายๆ ที่จะเขี่ยไฟล์เหล่านี้ออกไป ก็เพียงแค่ใช้โปรแกรม Chkdsk ก่อนทุกครั้งที่จะใช้โปรแกรม Defragmenter ก็เท่านั้น

20. ครั้นจะปิดโปรแกรม Outlook มันช่างยากเย็นกว่าที่คุณคิด…

หากคุณใช้ Outlook 2003 อยู่ ก็คงเห็นไอคอนโปรแกรมอยู่ตรง system tray และมันก็ยังทำงานไปได้เรื่อยๆ แม้ว่าคุณจะสั่งปิดโปรแกรมไปแล้วก็ตาม แบบว่ามันยังตรวจเช็คอีเมลอยู่ แต่ไม่ยอมให้คุณใช้งานมันแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ให้คุณใช้ Task Manager สั่งจับตายทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Outlook ให้หมด จากนั้นค่อยเปิด Outlook ใหม่แล้วคลิก Tools, Options, Other, Advanced Options และเลือก COM Add-ins ตามลำดับ พวกโปรแกรมเสริมที่เห็นนี้คือโปรแกรมยี่ห้ออื่น (เช่น ตัวสแกนไวรัส) และหากโปรแกรมเหล่านี้ยังทำงานอยู่ตอนที่คุณสั่งปิดโ ปรแกรมไป (แบบว่ายังสแกนอีเมลของคุณอยู่) โปรแกรมนั้นก็จะยังทำงานที่ค้างอยู่ต่อไป ดังนั้นให้คุณยกเลิกการใช้ Add-ins นี้ทีละอันจนกว่าคุณจะเจอว่าโปรแกรมไหนที่สร้างปัญหา ให้คุณ
ข้อมูลจาก : thaigaming.com

Blue Screen ปัญหาและวิธีการแก้ไข

คำว่า Blue Screen คนเล่นคอม จะรู้จักดีและเป็นสิ่งที่ทุกคนกลัวไม่อยากให้เกิดกับ เครื่องของตน เพราะถ้าเกิดนั้นเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าคอมของตนเริ่มม ีปัญหา แต่ที่น่าเจ็บใจคือมันบอกเป็นเลขระหัสที่เราๆ ท่านๆ ต้องงงเพราะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร และจะมีทางแก้ไขอย่างไร ผมไปอ่านเจอมาว่าแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร ก็ลองแปลมาให้คุณๆ ได้อ่าน คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา ได้บ้าง รหัสที่แจ้งของ Blue Screen จริงๆมีเกินร้อยตัว แต่ผมจะลงเฉพาะที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จากการสำรวจ (ของเวปเมืองนอกเขา)
มาเริ่มต้นกันเลย


1.(stop code 0X000000BE)Attempted Write To Readonly Memory
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากการลง driver หรือ โปรแกรม หรือ service ที่ผิดพลาด เช่น ไฟล์บางไฟล์เสีย ไดร์เวอร์คนละรุ่นกัน ทางแก้ไขให้ uninstall โปรแกรมตัวที่ลงก่อนที่จะเกิดปัญหานี้ ถ้าเป็นไดร์เวอร์ก็ให้ทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวเก่ามาใช้ หรือ หาไดร์เวอร์ที่ล่าสุดมาลง (กรณีที่มีใหม่กว่า) ถ้าเป็นพวก service ต่างๆที่เราเปิดก่อนเกิดปัญหาก็ให้ทำการปิด หรือ disable ซะ


2.(stop code 0X000000C2) Bad Pool Caller
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
ตัวนี้จะคล้ายกับตัวข้างบน แต่เน้นที่พวก hardware คือเกิดจากอัฟเกรดเครื่องพวก Hardware ต่าง เช่น ram ,harddisk การ์ดต่างๆ ไม่ compatible กับ XP ทางแก้ไขก็ให้เอาอุปกรณ์ที่อัฟเกรดออก ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้ลงไดร์เวอร์ หรือ อัฟเดท firmware ของอุปกรณ์นั้นใหม่ และคำเตือนสำหรับการจะอัฟเดท ให้ปิด anti-virus ด้วยนะครับ เดียวมันจะยุ่งเพราะพวกโปรแกรม anti-virus มันจะมองว่าเป็นไวรัส


3.(stop code 0X0000002E) Data Bus Error
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากการส่งข้อมูลที่เรียกว่า BUS ของฮาร์แวร์เสียหาย ซึ่งได้แก่ ระบบแรม ,Cache L2 ของซีพียู , เมมโมรีของการ์ดจอ, ฮาร์ดดิสก์ทำงานหนักถึงขั้น error (ร้อนเกินไป) และเมนบอร์ดเสีย


4.(stop code 0X000000D1)Driver IRQL Not Less Or Equal
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการไดร์เวอร์กับ IRQ(Interrupt Request ) ไม่ตรงกัน การแก้ไขก็เหมือนกับ error ข้อที่ 1


5. (stop code 0X0000009F)Driver Power State Failure
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจาก ระบบการจัดการด้านพลังงานกับไดรเวอร์ หรือ service ขัดแย้งกัน เมื่อคุณให้คอมทำงานแบบ"Hibernate" แนวทางแก้ไข ถ้าวินโดวส์แจ้ง error ไดร์เวอร์หรือ service ตัวไหนก็ให้ uninstall ตัวนั้น หรือจะใช้วิธี Rollback driver หรือ ปิดระบบจัดการพลังงานของวินโดวส์ซะ


6.(stop code 0X000000CE) Driver Unloaded Without Cancelling Pending Operations
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการไดร์เวอร์ปิดตัวเองทั้งๆ ทีวินโดวส์ยังไม่ได้สั่ง การแก้ไขให้ทำเหมือนข้อ 1


7.(stop code 0X000000F2)Hardware Interrupt Storm
สาเหตุและแนวทางแก้ไข: อาการที่เกิดจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น USB หรือ SCSI controller จัดตำแหน่งกับ IRQ ผิดพลาด สาเหตุจากไดร์เวอร์หรือ Firmware การแก้ไขเหมือนกับข้อ 1


8.(stop code 0X0000007B)Inaccessible Boot Device
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้จะมักเจอตอนบูตวินโดวส์ จะมีข้อความบอกว่าไม่สามารถอ่านข้อมูลของไฟล์ระบบหรื อ Boot partitions ได้ ให้ตรวจฮาร์ดดิสก์ว่าปกติหรือไม่ สายแพหรือสายไฟที่เข้าฮาร์ดดิสก์หลุดหรือไม่ ถ้าปกติดีก็ให้ตรวจไฟล์ Boot.ini อาจจะเสีย หรือไม่ก็มีการทำงานแบบ Multi OS ให้ตรวจดูว่าที่ไฟล์นี้อาจเขียน Config ของ OS ขัดแย้งกัน
อีกกรณีหนึ่งที่เกิด error นี้ คือเกิดขณะ upgrade วินโดวส์ สาเหตุจากมีอุปกรณ์บางตัวไม่ Compatible ให้ลองเอาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นหรือคิดว่ามีปัญหาออก เมื่อทำการ upgrade วินโดวส์ เรียบร้อย ค่อยเอาอุปกรณ์ที่มีปัญหาใส่กลับแล้วติดตั้งด้วยไดร์ เวอร์รุ่นล่าสุด


9. (stop code 0X0000007A) Kernel Data Inpage Error
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดมีปัญหากับระบบ virtual memory คือวินโดวส์ไม่สามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลที่ swapfile ได้ สาเหตุอาจเกิดจากฮาร์ดดิสก์เกิด bad sector, เครื่องติดไวรัส, ระบบ SCSI ผิดพลาด, RAM เสีย หรือ เมนบอร์ดเสีย


10.(stop code 0X00000077)Kernel Stack Inpage Error
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการและสาเหตุเดียวกับข้อ 9


11.(stop code 0X0000001E)Kmode Exception Not Handled
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดการทำงานที่ผิดพลาดของไดร์เวอร์ หรือ service กับ หน่วยความจำ และ IRQ ถ้ามีรายชื่อของไฟล์หรือ service แสดงออกมากับ error นี้ให้ทำการ uninstall โปรแกรมหรือทำการ Roll back ไดร์เวอร์ตัวนั้น
ถ้ามีการแจ้งว่า error ที่ไฟล์ win32k สาเหตุเกิดจาก การ control software ของบริษัทอื่นๆ (Third-party) ที่ไม่ใช้ของวินโดวส์ ซึ่งมักจะเกิดกับพวก Networking และ Wireless เป็นส่วนใหญ่
Error นี้อาจจะเกิดสาเหตุอีกอย่าง นั้นคือการ run โปรแกรมต่างๆ แต่หน่วยความจำไม่เพียงพอ


12.(stop code 0X00000079)Mismatched Hal
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดการทำงานผิดพลาดของ Hardware Abstraction Layer (HAL) มาทำความเข้าใจกับเจ้า HAL ก่อน HAL มีหน้าที่เป็นตัวจัดระบบติดต่อระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอ ฟท์แวร์ว่าแอปพลิเคชั่นตัวไหนวิ่งกับอุปกรณ์ตัวไหนให ้ถูกต้อง ยกตัวอย่าง คุณมีซอฟท์แวร์ที่ออกแบบไว้ใช้กับ Dual CPU มาใช้กับเมนบอร์ดที่เป็น Single CPU วินโดว์ก็จะไม่ทำงาน วิธีแก้คือ reinstall วินโดวส์ใหม่
สาเหตุอีกประการการคือไฟล์ที่ชื่อ NToskrnl.exe หรือ Hal.dll หมดอายุหรือถูกแก้ไข ให้เอา Backup ไฟล์ หรือเอา original ไฟล์ที่คิดว่าไม่เสียหรือเวอร์ชั่นล่าสุดก๊อปปี้ทับไ ฟล์ที่เสีย


13.(stop code 0X0000003F)No More System PTEs
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้เกิดจากระบบ Page Table Entries (PTEs) ทำงานโดย Virtual Memory Manager (VMM) ผิดพลาด ทำให้วินโดวส์ทำงานโดยไม่มี PTEs ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวินโดวส์ อาการนี้มักจะเกิดกับการที่คุณทำงานแบบ multi monitors
ถ้าคุณเกิดปัญหานี้บ่อยครั้ง คุณสามารถปรับแต่ง PTEs ได้ใหม่ ดังนี้
1. ให้เปิด Registry ขึ้นมาแก้ไข โดยไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์คำสั่ง Regedit
2. ไปตามคีย์นี้ HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetControlSe ssion ManagerMemory Management
3. ให้ดูที่หน้าต่างขวามือ ดับคลิกที่ PagedPoolSize ให้ใส่ค่าเป็น 0 ที่ Value data และคลิก OK
4. ดับเบิลคลิกที่ SystemPages ถ้าคุณใช้ระบบจอแบบ Multi Monitor ให้ใส่ค่า 36000 ที่ Value data หรือใส่ค่า 40000 ถ้าเครื่องคุณมี RAM
128 MB และค่า 110000 ในกรณีที่เครื่องมี RAM เกินกว่า 128 MB แล้วคลิก OK รีสตาร์ทเครื่อง


14.(stop code 0X00000024) NTFS File System
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้สาเหตุเกิดจากการรายงานผิดพลาดของ Ntfs.sys คือไดร์เวอร์ของ NTFS อ่านและเขียนข้อมูลผิดพลาด สาเหตูนี้รวมถึง การทำงานผิดพลาดของ controller ของ IDE หรือ SCSI เนื่องจากการทำงานของโปรแกรมสแกนไวรัส หรือ พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เสีย คุณๆสามารถทราบรายละเอียดของerror นี้ได้โดยให้เปิดดูที่ Event Viewer วิธีเปิดก็ให้ไปที่ start > run แล้วพิมพ์คำสั่ง eventvwr.msc เพื่อเปิดดู Log file ของการ error โดยให้ดูการ error ของ SCSI หรือ FASTFAT ในหมวด System หรือ Autochk ในหมวด Application


15.(stop code 0X00000050)Page Fault In Nonpaged Area
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้สาเหตุการจากการผิดพลาดของการเขียนข้อมูลในแ รม การแก้ไขก็ให้ทำความสะอาดขาแรมหรือลองสลับแรมดูหรือไ ม่ก็หาโปรแกรมที่ test แรมมาตรวจว่าแรมเสียหรือไม่


16.(stop code 0Xc0000221)Status Image Checksum Mismatch
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้สาเหตุมาจาก swapfile เสียหายรวมถึงไดร์เวอร์ด้วย การแก้ไขก็เหมือนข้อ 15


17.(stop code 0X000000EA)Thread Stuck In Device Driver
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการของ error นี้คือการทำงานของเครื่องจะทำงานในแบบวนซ้ำๆ กันไม่สิ้นสุด เช่นจะรีสตร์ทตลอด หรือแจ้งerror อะไรก็ได้ขึ้นมาไม่หยุด ปัญหานี้ สาเหตุอาจจะเกิดจาก Bug ของโปรแกรมหรือสาเหตุอื่นๆ เป็นร้อย การแก้ไขให้พยายามทำตามนี้
1.ให้ดูที่ Power supply ของคุณว่าจ่ายกำลังไฟเพียงพอกับความต้องการของคอมคุณ หรือไม่ ให้ดูว่าในเครื่องคุณมีอุปกรณ์มากไปไม่เหมาะกับ Power supply ของคุณ ก็ให้เปลื่ยนตัวใหม่ให้กำลังมากขึ้น ปัญหานี้ผมเคยมีประสพการณ์แล้ว 2 ครั้ง คือ
-1.1 ประสพการณ์ครั้งแรก เกิดจากคอมเครื่องที่สอง (ผมมีคอมตั้งโต๊อยู่ 2 เครื่อง ปัจจุบันใช้ Notebook ) สเปคหลักๆนะครับ
CPU:AMD Barton 2500 (210*11=2310)
M/B:Abit A7N
Ram:1G Dual Kington
Powersupply: Enamax 465P-VE
และอุปกรณ์ตกแต่งตรึม แรกๆเครื่องก็ดีโปรแกรมหรือเกมที่ว่าหนักๆมารับได้หม ด อยู่มาวันหนึ่งก็เกิดอาการ error ตามข้อนี้ พยามยามแก้แล้วแก้อีก มันไม่หายสักที่ ก็บังเอิญไปเจอบทความของคุณ A-e-e แห่ง UnlimitPC ตามลิงค์นี้http://www.unlimitpc.com/modules.php?name=Artical&pa=showpage&pid=19 ก็ลองดูที่ ฺBios ก็เป็นจริงอย่างคุณ A-e-e ว่าไว้ ก็ไม่รอช้าจัดการตามที่คุณ A-e-e สอน เรียบร้อยหายไม่มีอาการมากวนใจอีก ต้องขอบคุณ คุณ A-e-e มา ณ ที่นี่ด้วยครับ
-1.2 ประสพการณ์ที่สอง เกิดกับคอมเครื่องแรก สเปค
CPU:AMD T-Bred 1700 (166*11=1826)(Over clock ขึ้นสมอง)
M/B:Soltek 75FRN2-RL
Ram:512MB Dual Geil
Powersupply: Enamax 351P-VE
และอุปกรณ์ตกแต่งตรึมเหมือนกัน เครื่องก็เหมือนเคยใช้ได้ไม่มีปัญหาอยู่ก็มี error แบบนี้อีก คราวนี้ไม่กลัวเข้าใจว่าคงเหมื่อนเครื่องที่แล้วตรวจ ที่ Bios ก็เป็นเหมือนเคยก็จัดการทำการแก้ไขเหมือนเคยที่แล้วม า ผลไม่หายครับเป็นอีก นั่งงมอยู่วันเต็มๆ ด้วยถอดชิ้นส่วนเครื่องทั้งหมดมาตรวจ ก็เจอปัญหาจนได้ก็คือ ตัว Capacitor ที่เมนบอร์ดตัวที่จ่ายไฟเลี้ยง CPU บวมมีขี้เกลือเกาะเต็มไปหมด
ที่เขียนมายาวก็เพื่อเล่าประสพการณ์จริงให้รู้เพื่อค ุณๆ อาจจะมีปัญหาเหมือนผมจะได้เป็นแนวทางแก้ไข
2. ให้คุณดูที่การ์ดจอว่าได้ใช้ไดร์เวอร์ตัวล่าสุด ถ้าแนใจว่าใช้ตัวล่าสุดแล้วยังมีอาการ ก็ให้ทำการ Rollback ไดร์เวอร์ตัวก่อนที่จะเกิดปัญหา
3. ตรวจดูการ์ดจอและเมนบอร์ดว่าเสียหรือไม่เช่น มีรอยไหม้, ลายวงจรขาด มีชิ้นสวนบางชิ้นหลุดจากตำแหน่งเดิม เป็นต้น
4. ดูที่ Bios ว่าส่วนของ VGA slot เลือกโหมด 4x,8x ถูกตามสเปคของการ์ดหรือไม่
5. เช็คดูที่ผู้ผลิดเมนบอร์ดว่ามีไดร์เวอร์ตัวใหม่หรือไ ม่ ถ้ามีให้โหลดลงใหม่ซะ
6. ถ้าคุณมีการ์ดแลนหรือเมนบอร์ดของคุณมี on board อยู่ให้ disable ฟังก์ชั่น "PXE Resume/Remote Wake Up" โดยไปปิดที่ BIOS


18.(stop code 0X0000007F) unexpected Kernel Mode Trap
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกับนัก Overclock (ผมก็คนหนึ่ง) เป็นอาการ RAM ส่งข้อมูลให้ CPU ไม่สัมพันธ์กันคือ CPU วิ่งเร็วเกินไป หรือร้อนเกินไปสาเหตุเกิดจากการ Overclock วิธีแก้ก็คือลด clock ลงมาให้เป็นปกติ หรือ หาทางระบายความร้อนจาก CPU ให้มากที่สุด

19. (stop code 0X000000ED)Unmountable Boot Volume
สาเหตุและแนวทางแก้ไขอาการที่วินโดวส์หาฮาร์ดดิสก์ไม่เจอ (ไม่ใช่ตัวบูตระบบ) ในกรณีที่คุณมีฮาร์ดดิสก์หลายตัว หนึงในนั้นคุณอาจใช้สายแพของฮาร์ดดิสก์ผิด เช่น ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ 33MB/secound ซึ่งต้องใช้สายแพ 40 pin แต่คุณเอาแบบ 80 pin ไปต่อแทน

ทำไมต้องเปลี่ยนมาใช้ Firefox 5

การทดสอบเบื้องต้นของโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์เวอร์ชันล่าสุดในตระกูลจิ้งจอกไฟอย่าง Firefox 5.0 พบว่าความเสถียร ความเร็ว และการสนับสนุนแอนดรอยด์ที่ดีกว่าคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้สาวกจิ้งจอกไฟควรเปลี่ยนมาใช้ไฟร์ฟ็อกซ์เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ขณะที่หน้าตาโปรแกรมหรือยูสเซอร์อินเทอร์เฟสยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายนักในเวอร์ชันนี้

1. เวอร์ชัน 5 รองรับภาพเคลื่อนไหวบนเทคโนโลยี CSS (CSS animations)
       คุณสมบัติข้อนี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถชมภาพเคลื่อนไหวซึ่งสร้างจากหลายเทคโนโลยีได้มากขึ้นกว่า Firefox 4
       การรองรับ CSS animation ของ Firefox 5 ทำให้ผู้สร้างภาพเคลื่อนไหวสามารถใช้เทคนิกที่ง่ายกว่าการเขียนสคริปต์แทนคำสั่งภาษาจาวายืดยาวแบบดั้งเดิม เท่ากับผู้สร้างเว็บไซต์จะมีทางเลือกมากขึ้นเพราะไม่จำเป็นต้องรู้คำสั่งภาษา JavaScript โดย Firefox เวอร์ชันนี้ถูกพัฒนาให้ข้ามการทำงานซึ่งเชื่อมกับจาวาได้ เพื่อสนับสนุนการแสดงภาพเคลื่อนไหวเทคโนโลยีอื่นให้สามารถแสดงได้อย่างราบรื่นที่สุด ถือเป็นคุณสมบัติในฝันของนักสร้างเว็บมือใหม่ซึ่งต้องการใช้ CSS สร้างผลงาน
2. สามารถหาปุ่ม "Do Not Track" ได้ง่ายขึ้น
       จิ้งจอกไฟเวอร์ชัน 5 ปรับให้ผู้ใช้สามารถเปิดคุณสมบัติ Do Not Track ได้ง่ายขึ้น คุณสมบัติซึ่งถูกใช้ใช้เบราว์เซอร์หลากเวอร์ชันนี้จะทำให้ชาวออนไลน์สามารถป้องกันตัวเองจากโปรแกรมสอดแนมติดตามพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะถูกนำไปเป็นข้อมูลการเสนอโฆษณาออนไลน์ตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน
       ใน Firefox 4 คุณสมบัตินี้อยู่ค่อนข้างลึก ผู้ใช้จะต้องเลือกเมนู Options >> Advanced >> General ก่อนจะคลิกเลือกคำสั่ง Tell web sites I do not want to be tracked ในแท็บ Browsing แต่ในเวอร์ชัน 5 ผู้ใช้สามารถเลือก Firefox Options >> Privacy และคลิกที่ Tell web sites I do not want to be tracked ในแท็บ Tracking ถือว่าหาง่ายขึ้นกว่าเวอร์ชัน 4
3. เวอร์ชันใหม่กว่าย่อมเสถียรกว่า
       การทดสอบของสำนักข่าว InformationWeek.com พบว่า Firefox 5 สามารถเปิดเว็บไซต์หลายไซต์ที่เคยมีประวัติติดขัดล่าช้าในเวอร์ชันก่อนได้ดี ขณะเดียวกันการเปิดแท็บ (tab) จำนวนมากและการเปิดเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างซับซ้อนก็สามารถทำได้ปกติราบรื่น
4. สนับสนุนแอนดรอยด์ดีขึ้น
       Firefox รุ่นล่าสุดสามารถสนับสนุนอุปกรณ์พกพาระบบปฏิบัติการ Android ได้ดึขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ใช้อุปกรณ์แอนดรอยด์เวอร์ชัน 2.0 ขึ้นไปสามารถติดตั้ง Firefox ได้ง่าย สามารถใช้ Firefox ในหน้าตาโปรแกรมที่ใช้ง่ายกว่าเดิม โดยสามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน Android Market โดยตรง
       แต่มีข้อแม้ว่าอุปกรณ์นั้นต้องมีหน่วยความจำภายในหรือเอสดีการ์ดไม่ต่ำกว่า 17MB และแรม 512 MB ซึ่งจากการทดสอบบน Samsung Galaxy Tab 7 นิ้ว สามารถใช้งานได้ในระดับดี
5. ประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีกว่า
       จากการตรวจสอบที่ Task Manager ในระบบปฏิบัติการ Windows 7 เพื่อวัดระดับการใช้ซีพียูในเครื่องคอมพิวเตอร์ พบว่าในเวอร์ชัน 5 กินทรัพยากรเครื่องน้อยกว่าเวอร์ชัน 4 เล็กน้อย
       และจากการทดสอบกับระบบปฏิบัติการ Mac OS X เวอร์ชันล่าสุด พบว่าการตอบสนองและการรักษาความปลอดภัยถูกพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างรู้สึกได้ แม้โปรแกรมเสริมหรือ add-ons บางตัวจะไม่สามารถทำงานร่วมกับจิ้งจอกไฟเวอร์ชัน 5 ได้ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดอัปเดทในไม่กี่วันนับจากนี้
       -----
       การเปิดอัปเดทโปรแกรมเบราว์เซอร์ล่าสุดของมูลนิธิมอซิลา (Mozilla) เป็นไปตามแผนการพัฒนาที่กำหนดให้ออก Firefox รุ่นใหม่ทุกๆ 16 สัปดาห์ หลังจากข้อผิดพลาดมากกว่า 1,000 จุดถูกแก้ไขแล้ว
       ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดที่ http://www.mozilla.com/th/firefox/